วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

ตร.หาดใหญ่จับ 3 เอเยนต์ค้ายาไอซ์ยึดของกลาง 112.5 กรัม

ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รวบ 3 ผู้ต้องหาค้ายาไอซ์ พร้อมของกลางเพียบ สารภาพขายมานานแล้วในพื้นที่ อ.หาดใหญ่
      
       วันที่ 29 ก.ย.54  พ.ต.อ.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พ.ต.ท.กิตติชัย สังขถาวร รอง ผกก.ป.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.ปนาถพล ปุณศรี สวป.สภ.หาดใหญ่ ได้ควบคุมตัว 3 ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติดมาสอบสวนปากคำ หลังจากถูกจับกุมตัวได้พร้อมของกลางยาไอซ์ รวม 112.5 กรัม เงินสด 91,500 บาท และของกลางอื่นรวม 15 รายการ โดยผู้ต้องหาแก๊งยาเสพติดรายนี้ ประกอบด้วย นายวิทยา สุวิทย์ อายุ 27ปี ชาว อ.สิงหนคร จ.สงขลา นายอัชนัย ล่องนภา อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และนายคฑาวุธ สุวรรณศรี อายุ 18 ปี ชาว อ.หาดใหญ่
      
       สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายวิทยาได้พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนักรวม 22 กรัม และยาบ้าอีก 10 เม็ด จากนั้นทำการสอบสวนขยายผลทราบว่านายวิทยาได้ติดต่อซื้อยาไอซ์และยาบ้าดัง กล่าวมาจากนายอัชนัย กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวนายอัชนัย ได้ที่บ้านเลขที่ 24 ซอย 8 ถ.ราษฎร์อุทิศ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
      
       ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผล โดยนายอัชนัย ยอมรับสารภาพว่า ร่วมกับนายคฑาวุธ ซึ่งเป็นน้องชายลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่หาดใหญ่มานานแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวนายอัชนัย ให้ช่วยนำพาไปหานายคฑาวุธเพื่อจับกุมมาดำเนินคดี และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายคฑาวุธได้ที่บ้านหลังหนึ่งภายในซอยบุญทัศ โร ม.1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และตรวจยึดของกลางยาไอซ์ น้ำหนักรวม 90.5 กรัม หลังจากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

ตร.หาดใหญ่รวบสองโจรแก๊งขโมย จยย.

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ เข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาขโมยรถจักรยานยนต์ ในพื้นที่หาดใหญ่ สามารถยึดรถของกลางได้ 3 คันโดยจะตระเวนหารถที่เจ้าของเสียบกุญแจรถลืมไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่จอดรถตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ
      
       วันที่ 29 ก.ย.54  พ.ต.อ.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พ.ต.ท.กิตติชัย สังขถาวร รอง ผกก.ป.สภ.หาดใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งได้ควบคุมตัว นายอุทัย เกิดศรี อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 ถ.พันคำ ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี และนายเมธาวุฒิ ชูมณี อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/5 ถ.กาญจนวณิชย์ ม.8 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้บริเวณถนนทุ่งเสา เขตเทศบาลนครหาดใหญ่
      
       ทั้งนี้ ทั้งสองเป็นผู้ต้องหาขโมยจักรยานยนต์ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ พร้อมยึดของกลางจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ประกอบด้วย จักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีชมพู ทะเบียน คฉย 405 สงขลา จักรยานยนต์ฮอนด้า สกูปปี้ไอ สีขาว ทะเบียน ขทจ 905 ลพบุรี และจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว ทะเบียน คตพ 730 สุราษฎร์ธานี และจากการตรวจสอบของกลางทั้ง 3 คันพบว่าเจ้าของได้แจ้งหายไว้ที่ สภ.หาดใหญ่ ทั้งหมด
      
       จากการสอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่า ได้ตระเวนก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง โดยเน้นขโมยจักรยานยนต์ของเหยื่อที่จอดแล้วเสียบกุญแจรถลืมไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่จอดรถตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ในตัวเมืองหาดใหญ่ เมื่อได้จักรยานยนต์มาแล้วก็จะนำไปจำนำหรือขาย นำเงินมาเที่ยวเตร่และจ่ายค่าหอพัก
      
       จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของจักรยานยนต์ของกลางสามารถเดินทางมาดูรถและยื่น เรื่องขอต่อทางเจ้าหน้าที่ได้ในเวลาราชการ
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

คนร้ายขับซีวิคทะเบียนมาเลย์ฉกลอตเตอรี่หนุ่มอีสานสูญกว่า 2 หมื่น

หนุ่มชาวอีสานหมดตัวหมดหลัง ตัวถูก 3 คนร้ายขับรถเก๋งซีวิคป้ายมาเลเซียฉกลอตเตอรรี่หมดแผง 230 ใบ หลังจากทำทีเหมาหมดก่อนซิ่งเก๋งเชิดหนี วอนตำรวจเร่งติดตามตัวเพราะต้องเป็นหนี้กว่า 23,000 บาท
      
       วันที่ 28 ก.ย.54 นายอำมร คำดี อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 389 ม.5 ต.หนองหญ้าปล้อง อ.วังสะพุง จ.เลย ถือแผงขายลอตเตอรี่เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ ภูวดล วิริยะนรางกูล พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังจากที่ถูก 3 คนร้ายฉกลอตเตอรี่หมดยกแผงรวม 230 ใบมูลค่ากว่า 23,000 บาท ถึงกับหมดตัว โดยนายอำมรให้การว่า หลังจากที่เดินทางมาจาก จ.เลย เพื่อมาขายลอตเตอรี่ที่ อ.หาดใหญ่ได้ 3 วัน
      
       โดยในวันนี้ขณะที่กำลังเดินเร่ขายลอตเตอรี่อยู่บริเวณหน้าโรงเรียน แสงทอง เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ได้มีรถเก๋งฮอนด้าซีวิคสีดำ ติดทะเบียนป้ายประเทศมาเลเซีย ขับมาจอดและคนในรถ ซึ่งเป็นชาย 2 คนและหญิง 1 คนเป็นคนไทยทั้งหมด ได้ทำทีขอซื้อลอตเตอรี่จากตนโดยเหมาหมดยกแผง ด้วยความดีใจจึงรีบแกะลอตเตอรี่ออกจากแผงและยื่นให้กับทั้ง 3 คน แต่ขณะที่กำลังคิดเงินทั้ง 3 คนได้ขับรถหลบหนีไปพร้อมลอตเตอรี่ทั้งหมด ซึ่งตนได้แต่ยืนมองและงงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อตั้งสติได้พยายามเรียกให้คนช่วยและแจ้งตำรวจแต่ก็ไม่ทัน
      
       นายอำมรเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนถึงกับหมดตัวและต้องเป็นหนี้ค่าลอตเตอรี่กว่า 23,000 บาท ที่ต้องนำไปจ่ายให้กับยี่ปั๊วที่ไปรับลอตเตอรี่มาขาย วอนตำรวจช่วยเร่งติดตามตัวคนร้ายทั้งสามคน เบื้องต้นตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับประสานชุดสืบสวน เพื่อหาเบาะแสคนร้ายกลุ่มนี้
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

ตร.รถไฟหาดใหญ่ยึดใบกระท่อมสด 20 กิโลฯ คาดลำเลียงส่ง 3 จชต.

ตำรวจรถไฟหาดใหญ่ตรวจยึดใบกระท่อม 20 กิโลกรัม ลักลอบขนมากับขบวนรถไฟกรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก ส่ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ต้องหาไหวตัวทันทิ้งกระเป๋าหลบหนี
      
       วันที่ 28 ก.ย.54 พ.ต.ท.ณวัฒน์ ศุกลรัตน์ สารวัตรสถานีตำรวจรถไฟหาดใหญ่ พร้อมด้วย ร.ต.ท.พนมน้อย ทิพย์ลาย รอง สว. และ ร.ต.ต.ไชยณรงค์ บรรจงสุทธิ์ รอง สว. ตรวจยึดใบกระท่อมสดน้ำหนัก 20 กิโลกรัม ซึ่งยัดมาในกระเป๋าสะพาย 2 ใบ ซุกซ่อนมาใต้ที่นั่ง 1-4 ภายในตู้โบกี้รถไฟคันที่ 7 ของขบวนรถไฟขบวนรถเร็วที่ 171 กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก ซึ่งเข้าจอดเทียบชานชาลาที่ 3 สถานีรถไฟหาดใหญ่
      
       โดยตำรวจรถไฟได้เข้าทำการตรวจค้นสิ่งผิดปกติ ก่อนที่จะมุ่งหน้าลงสู่ปลายทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพบใบกระท่อมทั้งหมดวางอยู่ แต่ไม่มีใครรับเป็นเจ้าของ ซึ่งคาดว่าคนร้ายไหวตัวทันทิ้งใบกระท่อมแล้วหลบหนีไป
      
       ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่าใบกระท่อมทั้งหมดน่าจะถูกลำเลียงมาจากในพื้นที่จังหวัดภาค ใต้ตอนบน เพื่อนำไปส่งปลายทางในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 500 บาท และหันมาใช้รถไฟในการลำเลียง เนื่องจากสะดวกและปลอดภัยกว่าทางรถยนต์
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

ไฟไหม้คลังน้ำมันเถื่อนในสะเดา โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ

ไฟไหม้คลังเก็บน้ำมันเถื่อนในสวนยางพารา เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา เสียหายทั้งหลัง ขณะถ่ายน้ำมันจากรถบรรทุกลงเก็บ โชคดีไม่มีผู้ได้รับเจ็บ จนท.เร่งติดตามเจ้าของบ้านมาสอบสวนต่อไป
      
       วันที่ 28 ก.ย.54 เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านไม้ชั้นเดียวหลังคามุงด้วยสังกะสี ไม่มีเลขที่ ซึ่งตั้งอยู่ในสวนยางพารา ภายในเขตเทศบาลตำบลสำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ห่างจากถนนกาญจนวานิช ประมาณ 10 เมตร โดยไฟได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงจนเผาผลาญบ้านเสียหายหมดทั้งหลัง แม้ทางเทศบาลตำบลสำนักขามจะนำรถดับเพลิงมาฉีดน้ำควบคุมไฟแต่ก็ไม่ทัน เนื่องจากภายในบ้านหลังดังกล่าวมีการกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเอาไว้ทำให้ไฟ โหมลุกอย่างหนัก แต่โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
      
       จากการสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นรถบรรทุกหัวลาก ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับเข้ามาจอดหน้าบ้านหลังดังกล่าว ขณะที่กำลังใช้เครื่องปั๊มน้ำไฟฟ้า ดูดน้ำมันออกจากรถบรรทุก ใส่ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตรที่อยู่ในบ้าน ได้เกิดประกายไฟลุกไหม้ขึ้น ก่อนลุกลามไปติดกับถังน้ำมันที่อยู่ในบ้านและลุกไหม้บ้านเสียหายทั้งหลัง
      
       ทั้งนี้ ขณะเกิดเหตุทั้งรถบรรทุกและผู้ที่อยู่ในบ้านได้หลบหนีไป โดยตำรวจเชื่อว่าบ้านที่เกิดเหตุน่าจะใช้เป็นสถานที่กักเก็บน้ำมันเถื่อนที่ ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยกำลังติดตามเจ้าของบ้าน มาสอบสวนว่าได้ให้ใครเช่าต่อ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

กำลัง 3 ฝ่ายคุมเข้มรอบเมืองหาดใหญ่หวั่นเหตุคาร์บอมบ์

กำลังสามฝ่ายคุมเข้มรอบตัวเมืองหาดใหญ่ป้องกันเหตุความไม่สงบในช่วงเทศกาล กินเจ เผยทะเบียนปลอมรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่คาดว่าคนร้ายเตรียมใช้เป็นคา ร์บอมบ์รวม 7 คัน ขณะเดียวกันพบความเคลื่อนไหวของ นายนายไซบูดิน การี แกนนำก่อความไม่สงบเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่
      
       เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 27 ก.ย.54 พ.อ.ชรินทร์ อมรแก้ว รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการตั้งจุดตรวจจุดสกัดรอบตัวเมืองหาดใหญ่ทั้ง 5 จุด ในพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เขตเทศบาลเมืองคลองแห เขตเทศบาลเมืองคลองหงส์ และเขตเทศบาลเมืองควนลัง ซึ่งได้มีการสนธิกำลังสามฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ตั้งจุดตรวจเพื่อรักษาความปลอดภัยพื้นที่ตัวเมืองหาดใหญ่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการก่อเหตุความไม่สงบโดยเฉพาะในช่วงการจัดงานเทศกาลกินเจของ อ.หาดใหญ่ระหว่างวันที่ 26 กันยายน - 5 ตุลาคม หลังจากที่ได้รับการแจ้งเตือนจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคงว่าหาดใหญ่เป็น หนึ่งในเป้าหมายที่คนร้ายต้องการก่อเหตุความไม่สงบในช่วงปลายปีนี้ โดยเฉพาะระหว่างวันที่1-10ตุลาคม
      
       โดย พ.อ.ชรินทร์ ได้แจกเอกสารที่ระบุถึงแผ่นป้ายทะเบียนปลอมที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยังไม่ ได้ใช้งานให้กับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจจุดสกัดทั้ง 5 จุดให้ช่วยเฝ้าระวังและจับตาเป็นพิเศษประกอบด้วยป้ายรถยนต์ปลอม 3 คันคือ ทะเบียน กค 2642 สงขลา, บษ 1875 ปัตตานี, กค 254 ปัตตานี, และป้ายรถจักรยานยนต์ปลอม 4 คัน คือ ทะเบียน ตงส 540 ยะลา, บอด 671 ยะลา, มยษ 986 ยะลา, และ อนย 379 ปัตตานี, ซึ่งคาดว่าจะเป็นป้ายทะเบียนปลอมที่สวมกับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุโดยเฉพาะคาร์บอม พร้อมกับย้ำให้เจ้าหน้าที่เน้นเฝ้าดูแลพื้นที่ในช่วงค่ำซึ่งเป็นช่วงที่คน ร้ายมักจะลงมือก่อเหตุเหมือนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก
      
       อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้พบเบาะแสของหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่รับผิดชอบก่อเหตุ ความไม่สงบในพื้นที่ จ.สงขลาหนึ่งราย คือ นายไซบูดิน การี อายุ 32 ปี ซึ่งเข้ามาเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังจับตาความเคลื่อนไหวรวมถึงผู้ต้องสงสัยคนอื่นๆ ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีดำที่ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ จ.สงขลา
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

ศุลกากรสะเดา จับ 2 หนุ่มปัตตานี ขนใบกระท่อมจากมาเลย์เข้าไทย

ศุลกากรสะเดา จับ 2 หนุ่มปัตตานี ใช้รถยนต์เก๋งขนใบกระท่อมมาจากประเทศมาเลเซียส่งขายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 500 บาท      
       
วันที่ 27 ก.ย.54 เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรสะเดา นำโดยนายบุญเทียม โชควิวัฒน์ นายด่านศุลกากระเดา อ.สะเดา จ.สงขลา สกัดจับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ซ ทะเบียน กย 6179 สงขลา ซึ่งมีนายอับดุลรอเซะ สนิ อายุ 39 ปี และนายอิดริส มะแซ อายุ 22 ปี ชาว จ.ปัตตานี เป็นผู้ขับขี่ข้ามพรมแดนมาจากประเทศมาเลเซีย จากการตรวจค้นพบใบกระท่อมน้ำหนัก 39 กิโลกรัม ซุกซ่อนมาตาซอกและส่วนต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกรถ จึงยึดไว้เป็นของกลาง
      
       สอบสวบทั้งสองคนรับสารภาพว่าเข้าไปซื้อใบกระท่อมสดมาจากประเทศ มาเลเซีย ในราคากิโลกรัมละ 200 บาท และนำไปขายต่อให้กับกลุ่มวัยรุ่นใน จ.ปัตตานี กิโลกรัมละ 500 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนผสมของยาเสพติดสี่คูณร้อย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งสองคนส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะเดา ดำเนินคดีมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
      
       นายด่านศุลกากรสะเดากล่าวว่า ขณะนี้มีความพยายามที่จะลักลอบนำใบกระท่อมจากมาเลเซียเข้ามาอย่างหนัก ซึ่งส่วนใหญ่จะซุกซ่อนมาในรถยนต์ และเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นและสามารถจับกุมได้อย่างต่อ เนื่อง
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

พบกล้วยไข่แทงเครือกลางลำต้น คอหวยแห่ตีเลข

พบกล้วยไข่ใน อ.จะนะ แปลกประหลาดแทงเครือออกทางลำต้นและลูกดกสมบูรณ์ดี ชาวบ้านตื่นแห่ตีเป็นตัวเลข ส่วนเจ้าของเชื่อว่านำโชค เผยจะปล่อยให้สุกคาต้น
      
       
วันที่ 27 ก.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบกล้วยไข่ ซึ่งปลูกอยู่ภายในบริเวณบ้านพักของนายประสิทธิ์ แก้วหนู อายุ 54 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ม.1 ต.ป่าพลู อ.จะนะ จ.สงขลา ผ่าเหล่าผ่ากอและแปลกกว่ากล้วยทั่วๆ ไป เนื่องจากแทงเครือออกมากลางลำต้น และมีสภาพผลและปลีที่สมบูรณ์ แม้จะออกมาผิดที่ผิดทาง
      
       ทั้งนี้ ต้นกล้วยปกตินั้นจะแทงเครือออกทางยอด แต่ต้นกล้วยดังกล่าวนี้กลับผ่าเหล่า แถมมีสภาพสมบูรณ์อีกต่างหาก โดยมีจำนวน 5 หวี เป็นที่สนใจของชาวบ้านอย่างยิ่ง ซึ่งหลายคนได้นำไปตีเป็นตัวเลขตามความเชื่อ ขณะที่เจ้าของบ้านเชื่อว่าเป็นโชคลาภ และจะปล่อยให้สุกคาต้นโดยไม่ตัดทิ้ง เพราะความแปลกและแตกต่างจากกล้วยทั่วๆ ไป
      
       พร้อมเผยว่า ตั้งแต่ปลูกกล้วยมาเป็นเวลา 10 ปี เพิ่งเห็นต้นนี้เป็นต้นแรกที่ออกเครือผิดที่ และให้ผลสมบูรณ์อวบอ้วน ซึ่งกล้วยทั่วๆ ไปหากแทงเครือแบบนี้ผลจะลีบแบน
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

สงขลาเปิดเส้นทางปั่นจักรยานท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่

เปิด เส้นทางปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ของสงขลา บริเวณป่าเทือกเขาแก้ว ปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสร้างจิตสำนึกรักษาป่าต้นน้ำ ซึ่งผ่าน 4 ตำบลของหาดใหญ่ และเชื่อมโยงไปยังน้ำตกชื่อดัง 2 แห่งของจังหวัดด้วย โดยมีชมรมปั่นจักรยานจาก 4 ตำบลเข้าร่วมปั่นเปิดงาน
      
       วันที่ 26 ก.ย.54 นายสมโภช วิเชียร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉลุง เป็นประธานในพิธีเปิด เส้นทางปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ของ จ.สงขลา บริเวณป่าเทือกเขาแก้ว โดยมีชมรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ จาก 4 ตำบล ของ อ.หาดใหญ่ ประกอบด้วย ต.ฉลุง ต.ทุ่งตำเสา ต.กำแพงเพชร และ ต.ควนลัง เข้าร่วม พร้อมกับปั่นจักรยานไปตามเส้นทางท่องเที่ยวที่คาบเกี่ยวกันทั้ง 4 ตำบล
      
       เริ่มจาก ต.ควนลัง ผ่าน ต.ทุ่งตำเสา เข้าสู่ ต.ฉลุง และออกไปยัง ต.กำแพงเพชร ซึ่งเหมาะกับการปั่นรถจักรยานเพื่อสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และยังสามารถเชื่อมโยงไปยังน้ำตกชื่อดัง 2 แห่ง ของ จ.สงขลา คือ น้ำตกโตนงาช้าง และน้ำตกโตนปลิว ได้อีกด้วย นอกจากนี้ ตลอดสองข้างทางยังได้สัมผัสกับธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวบ้าน ทั้งยังเป็นการสร้างกระแสให้ประชาชนร่วมกันอนุรักษ์ดูแลผืนป่าเทือกเขาแก้ว ป่าต้นน้ำสำคัญของ อ.หาดใหญ่ ด้วย
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

ตร.หาดใหญ่รวบ 5 ชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจยัดข้อหามั่วยาเหยื่อก่อนปล้นเงิน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รวบ 5 ชายฉกรรจ์ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ บุกเข้าไปใช้อาวุธปืนข่มขู่ และกรรโชกทรัพย์ โดยยัดข้อหามั่วยาเหยื่อก่อนปล้นเงินสด 50,000 บาท
      
       วันที่ 25 ก.ย.54 ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จับกุมชายจำนวน 5 คน ซึ่งอ้างตัวเป็นตำรวจ โดยมี นายอาซีซัน เรืองประดิษฐ์ อายุ 26 ปี ชาว จ.นราธิวาส เป็นหัวแกงค์ พร้อมลูกน้องประกอบด้วย นายวัชรินทร์ กุลชาโร อายุ 28 ปี นายอนุโรม มลสิน อายุ 28 ปี นายศุภฤกษ์ แก้วประดับ อายุ 23 ปี และนายขรรค์ชัย จอมจางวาง อายุ 21 ปี
      
       พร้อมของกลางเงินสด 48,500 บาท อาวุธปืน ขนาด.45 มม.จำนวน 1 กระบอก กระสุน 8 นัด แม๊กกระซิน 1 อัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และรถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว หมายเลขทะเบียน กล 1617 สงขลา
      
       หลังจากที่ทั้ง 5 คน ซึ่งอ้างตัวเป็นตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้บุกเข้าไปใช้อาวุธปืนข่มขู่ และกรรโชกทรัพย์ นายวรากร ดาวเรือง อายุ 28 ปี พร้อมแฟนสาว ภายในห้องพัก 104 ของสุภัสสร รีสอร์ท ถนนสาครมงคล เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยอ้างว่า มั่วสุมเสพยาเสพติด พร้อมเรียกเงินจำนวน 1 แสนบาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุม แต่ นายวรากร ได้ต่อรองเหลือ 50,000 บาท และให้เพื่อนนำเงินมาจ่ายให้กับทั้ง 5 คน อย่างไรก็ตาม นายอาซีซัน ยังได้กระชากกระเป๋าของแฟนสาว นายวรากร ซึ่งมีเงินสดอยู่กว่า 20,000 บาทไปด้วย
      
       หลังเกิดเหตุ นายวรากร ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ กระทั่งทราบว่าชายทั้งหมดไม่ใช่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ แต่อย่างใด พ.ต.อ.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผกก.สภ.หาดใหญ่ จึงได้สั่งการให้ตำรวจออกติดตามไล่ล่า กระทั่งพบตัว ขณะที่ทั้งหมดยืนอยู่ที่บริเวณหน้าร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ย่านถนนราษฎร์อุทิศ อ.หาดใหญ่
      
       เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาทั้ง 5 คน ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ของผู้อื่น ส่วนข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ของผู้อื่น ต้องรอให้ทางร้อยเวรสอบสวนก่อนว่าจะแจ้งข้อหาเพิ่มได้หรือไม่
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

หนุ่มพม่าตกรถสองแถวดับ ขณะพยายามเก็บมือถือตกถนน

วันที่ 24 ก.ย.54 เมื่อเวลา13.00 น. ร.ต.ท.ชวลิต ดิษฐะ ร้อยเวร สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุผู้โดยสารตกจากรถสองแถวเสียชีวิตกลางถนน เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษม ขาเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ หน้าปั้มน้ำมันเชลล์ เขตเทศบาลเมืองควนลัง อ.หาดใหญ่ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.จีรวัฒน์ พยุงธรรม ผกก. พ.ต.ท.กิตติชัย สังขถาวร รอง ผกก.ป. และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีท่งเซียเซี่ยงตึ้งหาดใหญ่
      
       ที่เกิดเหตุพบศพ นายเมียว ชาวพม่า อายุ 23 ปี พนักงานของบริษัท อินโนเวทีป โกลเพรส จำกัด นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน สภาพกะโหลกศีรษะแตกจากการฟาดกับพื้นถนน ที่ปลายเท้าพบปลอกโทรศัพท์มือถือตกอยู่ และห่างออกไปประมาณ100 เมตร มีรถกระบะสองแถวสายหาดใหญ่-สนามบิน สีฟ้า ทะเบียน 10-2075 สงขลา จอดอยู่โดย มีนายสุรสิทธิ์ สุวรรณชู อายุ 32 ปี เป็นคนขับและรอให้การกับตำรวจ
      
       โดยให้การว่ารับผู้ตายและเพื่อนชาวพม่ารวม 5 คน มาจากสนามบินใน เพื่อเดินทางเข้าในเมืองหาดใหญ่โดยวิ่งมาด้วยความเร็วประมาณ60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุผู้โดยสารได้ร้องตะโกนให้จอดรถเนื่องจากมีคนตกจากรถ ก่อนที่จะพบร่างชาวพม่ารายนี้นอนแน่นิ่งเสียชีวิตอยู่กลางถนน
      
       ขณะที่ผู้โดยสารรายหนึ่งเผยว่าสาเหตุที่ นายเมียว ตกจากรถเนื่องจากขณะเกิดเหตุได้นั่งอยู่หลังสุดและเกิดทำโทรศัพท์มือถือหลุด จากมือและพยายามก้มลงเก็บโทรศัพท์ที่กระเด็นออกไปนอกรถ ทำให้เสียหลักพลัดตกจากรถและศีรษะไปฟาดกับพื้นถนน ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนชาวพม่าและผู้ที่โดยสารคนอื่นๆ
      
       อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นตำรวจยังไม่ได้ตั้งข้อหาโชว์เฟอร์สองแถวรายนี้โดยจะทำการสอบสวนอีกครั้งหนึ่งว่าขับรถโดยประมาทหรือไม่
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

จับหนุ่มขาขาดขับเก๋งขนใบกระท่อมส่งชายแดน อ้างหาเงินเปิดอู่รถยนต์

ตำรวจจับกุมหนุ่มพิการขาขาดทั้งสองข้างจากเหตุระเบิด ขณะขับรถเก๋งลักลอบขนใบกระท่อมน้ำหนัก109 จากพื้นที่ชายแดนไทยมาเลเซียส่ง 3 จังหวัดชายแดน จังหวัดชายแดนภาคใต้ สารภาพต้องการนำเงินไปลงทุนเปิดอู่ซ่อมรถ
      
       วันที่ 24 ก.ย.54 เมื่อเวลา 12.00 น. ร.ต.ท.ณัฐภัทร เหตุหาก สวป.สภ.สะเดา จ.สงขลา พร้อมกำลังตำรวจตำรวจฝ่ายปราบปราม สภ.สะเดา สกัดจับรถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้า โคโรล่า สีดำ หมายเลขทะเบียน ก - 7440 ลำปาง ขณะตั้งจุดตรวจ บริเวณบ้านสวนเทศ ถนนกาญจนวานิช เขตรอยต่อพื้นที่บ้านด่านนอกกับ ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา
      
       จากการตรวจค้นพบใบกระท่อมสด 808 มัด น้ำหนัก 109 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนไว้ใต้กระโปรงท้ายรถ บรรจุในถุงพลาสติกสีแดงใบใหญ่จำนวน 3 ใบ จึงได้ควบคุมตัว นายนิเซ็ง เบ็ญนา อายุ30 ปี อยู่บ้านเลขที่161 ม.1 ต.ยามู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี คนขับซึ่งพิการขาขาดทั้งสองข้าง มาทำการสอบสวนโดยรับสารภาพว่า ได้เข้าไปรับซื้อใบกระท่อมสดจากพื้นที่บ้านด่านนอก ต.สำนักขาม อ.สะเดา ซึ่งอยู่ชายแดนไทย-มาเลเซีย ในกิโลกรัมละ 400 บาท เพื่อนำไปขายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในราคากิโลกรัมละ 700 บาท
      
       ทั้งนี้ นายนิเซ็ง บอกว่า เหตุที่พิการขาขาดทั้งสองข้างเนื่องถูกระเบิดจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จนต้องถูกตัดขาทิ้ง ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นช่างซ่อมรถยนต์ โดยเหตุที่หันมาลักลอบค้าใบกระท่อมเนื่องจากมีรายได้ดี และต้องการเงินนำไปลงทุนซื้อเครื่องมือช่าง เพื่อเปิดอู่ซ่อมรถที่ จ.ปัตตานี
      
       เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 พืชใบกระท่อมไว้ครอบครองโดยผิดกฎหมายและควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะเดาดำเนินคดี และจะขยายผลไปยังแก๊งค้าใบกระท่อมที่เหลือต่อไป
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2554

ไฟไหม้คาราโอเกะโรงแรมดังในหาดใหญ่ นทท.หนีตายอลหม่าน

โกลาหลไฟไหม้ห้องคาราโอเกะโรงแรมซากุระแกรนด์วิว หาดใหญ่ ซึ่งเป็นของนายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ด้านนักท่องเที่ยวและแขกที่มาพักวิ่งหนีตายอลหม่าน      
       วันที่ 23 ก.ย.54 เมื่อเวลา 17.00 น. ร.ต.ท.ภูวดล หนูเอียด ร้อยเวร สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงแรมซากุระแกรนด์วิว หาดใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 186 ถ.นิพัทธ์อุทิศ 3 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จึงได้ประสานขอรถดับเพลิงจากเทศบาลนครหาดใหญ่จำนวน 8 คัน ก่อนรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.กิตติชัย สังขถาวร รอง ผกก.ป.สภ.หาดใหญ่ และนายไพร พัฒโน นายกเทศบาลนครหาดใหญ่ รวมทั้งหน่วยกู้ภัยมิตรภาพสามัคคีท่งเซียเซี่ยงตึ๊งหาดใหญ่
      
       พบว่า ในที่เกิดเหตุเกิดความโกลาหล เนื่องจากนักท่องเที่ยวและลูกค้าของโรงแรมต่างวิ่งกรูกันออกมาจากตัวโรงแรม มาอยู่อีกฝั่งของถนนเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการปิดกั้นเส้นทางการจราจรบริเวณ ถ.นิพัทธ์อุทิศ 3 และหน้าโรงแรม โดยให้ผู้ขับขี่รถเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น เพื่อกันพื้นที่ให้รถดับเพลิงเข้ามายังที่เกิดเหตุ ทั้งยังใช้รถเป่าลมเพื่อดูดควันไฟออกจากภายในอาคารอีกด้วย
      
       เบื้องต้นทราบว่า ต้นเพลิงมาจากภายในห้องคาราโอเกะ ชื่อ ซายูริคาราโอเกะ ซึ่งอยู่ชั้น 2 ของโรงแรม โดยเพลิงได้ลุกไหม้ และมีควันไฟหนาแน่น ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องทำการทุบกระจกด้านข้าง เพื่อระบายควันไฟออกจากห้องต้นเพลิง ก่อนที่จะเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้โหมลุกไหม้ไปยังห้องข้างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด มีเพียงนักท่องเที่ยวที่พักอยู่ภายในโรงแรมเกิดอาการสำลักควันเล็กน้อยเท่า นั้น
      
       โดย นายสมชาติ พิมพ์ธนะพูนพร นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมดังกล่าว เปิดเผยว่า ห้องคาราโอเกะต้นเพลิงดังกล่าวในช่วงที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ยังไม่ถึงเวลาเปิด ให้บริการ ซึ่งตนเชื่อว่า สาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้น่าจะเกิดมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ก่อนที่จะลุกลามไปติดส่วนต่างๆ ของห้อง ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นพบว่า มีเฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมทั้งเครื่องเสียง เสียหายประมาณ 3 ล้านบาท และน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ ในการปรับปรุงซ่อมแซมห้องคาราโอเกะดังกล่าว ส่วนห้องพัก และ ห้องประชุมสัมมนา รวมทั้งส่วนอื่นๆ ของทางโรงแรมสามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติ
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

“เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้” เต้นพบอาหารไม่ปลอดภัยในห้างเพียบ

เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้ เดินหน้าสำรวจผลิตภัณฑ์อาหารในห้างโมเดิร์นเทรด ภายหลังจากที่เริ่มมีผลบังคับใช้ฉลากใช้โภชนาการรูปแบบ GDA ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีอาหารที่มี่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยมีทั้งหมดอายุ แสดงฉลากไม่ชัดเจน ไม่มีฉลากภาษาไทย และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้มงวดกวดขัน เพื่อสุขภาวะอนามัยและความปลอดภัยของผู้บริโภค
      
       วันที่ 23 ก.ย.54 เวลา 11.00 น. ณ โรงแรมสิงห์โกลด์เดิลเพลส อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้ นำโดย ภญ.ชโลม เกตุจินดา ที่ปรึกษาเครือข่ายผู้บริโภคฯ, นางสาวจุฑา สังขชาติ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคฯ, นายสุชานนท์ สินธิพันยา ผู้ประสานงาน จ.ตรัง, นางกัลยทรรศน์ ติ้งหวัง ผู้ประสานงาน จ.สตูล และนางสาวสิรินนา เพชรรัตน์ ผู้ประสานงาน จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมแถลงข่าว ภายหลังที่มีการตรวจพบอาการหมดอายุและฉลากอาหารไม่ถูก้องเป็นจำนวนมากในห้าง ค้าปลีกสมัยสมัย
      
       ทั้งนี้ ภายหลังจากที่คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีประกาศใช้ฉลากใช้โภชนาการรูปแบบ GDA (Guideline Daily Amounts) หรือสัญลักษณ์ทางโภชนาการเพิ่มเติมจาก การแสดงฉลากโภชนาการ โดยแสดงในรูปแบบเป็นค่าพลังงาน ไขมัน น้ำตาล และโซเดียม เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้เครือข่ายฯ ภาคใต้ได้เฝ้าระวังระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย.ที่ผ่านมา โดยผลการลงพื้นที่สำรวจในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น เทสโก้โลตัส, ท็อป ซุปเปอร์มาเก็ต และบิ๊กซี ใน 4 จังหวัดคือ สงขลา ตรัง สตูล และสุราษฎร์ธานี รวม 61 รายการ ประกอบไปด้วยสินค้าหมดอายุ 33 รายการ และพบข้อน่ากังวล ดังนี้
      
       1.ประเด็นการแสดงวันหมดอายุ (ทั้ง 61 รายการ) พบอาหารที่นำเข้าประเภทอาหารเช้าสำหรับเด็กและธัญพืชจำนวนมาก แสดงฉลากวันผลิตและวันหมดอายุที่อ่านยาก เข้าใจวันและเดือนสลับการ ฉลากภาษาไทยน้อยอ่านไม่เข้าใจ ส่วนการแสดงวันหมดอายุมีทั้งภาษาอังกฤษ แลพหลายรายการไม่แสดงวันหมออายุ รวมถึงพิมพ์ด้วยหมึกที่ไม่ถาวร เลอะเลือน
      
       2.ประเด็นข้อความที่สื่อให้เข้าใจว่าเป็นอาหารแนวสุขภาพ เช่น No cholesterol, ปลอดจากสารพิษ 100%
      
       3.ผลิตภัณฑ์อาหารหมดอายุอยู่ในชั้นวางของห้าง จำนวนที่สำรวจ 33 รายการ โดยที่ห้างเทสโก้โลตัส สาขาควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมาพบว่ามีผลิตภัณฑ์ของห้างนำมาลดราคาต่ำมาก ในเงื่อนไขจนกว่าสินค้าจะหมด และพบสินค้าหมดอายุชนิดเดียวกันที่ห้างเทสโก้โลตัสใน จ.ตรัง ด้วย
      
       นอกจากนี้จะพบที่ท็อปส์ ซูปอร์มาร์เก็ต ซึ่งสะท้อนถึงเจตนาของผู้ประกอบการที่มุ่งหวังระบายสินค้าโดยไม่คำนึงถึงผล เสียต่อสุขภาพของผู้บริโภคซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก แม้ว่าการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่หมดอายุจะมีความผิดตามมาตรา 25 (1), (4) มาตรา 29 (1) และอาจได้รับโทษกรณีฝ่าฝืนจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 61 ของพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522
      
       ดังนั้น เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้ จะดำเนินการส่งต่อเรื่องไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ดำเนินการต่อโดยเรียกร้องให้ 1.ห้างค้าปลีกดำเนินการตรวจสอบผลิตภัณฑ์หมดอายุอย่างเคร่งครัด และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแล และมีมาตรการที่ชัดเจนในการบังคับตามกฎหมาย รวมทั้งให้ฉลากภาษาไทยที่ชัดเจน เข้าใจง่าย เช่น วันหมดอายุ 30 เมษายน 2554 และไม่ควรมีผลิตภัณฑ์ที่ใกล้หมดอายุภายใน 3 เดือน
      
       2.ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เร่งดำเนินการออกประกาศบังคับใช้ฉลากโภชนาการ GDA ร่วมกับฉลากสัญญาณไฟจราจรโดยด่วน บนผลิตภัณฑ์อาหารและขนมชนิดต่างๆ เพื่อบ่งบอกถึงสารอาหารต่างๆ ให้ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า เนื่องจากมีแนวโน้มการบริโภคอาหารเช้าประเภทซีเรียลในเด็กมีสูงขึ้น ซึ่งมีผลต่อภาวะโรคอ้วน ความดันในอนาคต
      
       ทั้งนี้ เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคฯ เสนอให้มีการจัดเวทีพูดคุยกับสาธารณสุขจังหวัด ผู้ประกอบการห้าง องค์กรท้องถิ่น ประชาคมภาคประชาชน เพื่อจัดทำข้อเสนอให้เกิดการบังคับใช้ติดตามการละเมิดสิทธิผู้บริโภค และหากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายบัญญัติก็จะมีการดำเนินการโดยเด็ดขาด เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าที่ไม่อาจจะส่งผลอันตรายดัง ที่ได้ตรวจพบข้างต้นต่อไป
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออไลน์

ค้นบ้าน ส.อบจ.สงขลาต้องสงสัยพัวพันคดียิงรองนายกเล็กควนลัง

ตำรวจสนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพัก 2 หลังของ ส.อบจ.สงขลา ผู้ต้องสงสัยพัวพันยิง นิวัตร์ เพ็ชรรูจีรองนายกศมนตรีเมืองควนลัง พร้อมยึดอาวุธปืนและโทรศัพท์ไปตรวจสอบ
      
       
วันที่ 23 ก.ย.54 พ.ต.อ.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.เอกณรงค์ สวัสดิ์กานนท์ รอง ผกก.ส.และ พ.ต.ท.กิตติชัย สังขถาวร รอง ผกก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนหาดใหญ่จำนวนหนึ่งสนธิกำลังกับ พ.ต.ท.ศักดา เจริญกุล รอง ผกก.ภ.จ.สงขลา พ.ต.ท.ดุสิต พรหมสินธ์ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจังหวัดสงขลา นำหมายค้นของศาลจังหวัดสงขลา เข้าตรวจค้นบ้านพัก 2 หลังของนายสมบูรณ์ ปัญญาธนกร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) เขต 10 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
      
       โดยจุดแรก เข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 367/48 ปากซอยสยามธานี 1 ถ.ประชาอุทิศ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ ซึ่งเคยเปิดเป็นที่ทำการกำนัน ต.ควนลัง สมัยที่นายสมบูรณ์ยังเป็นกำนันตำบลควนลังอยู่ จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก กระสุนเบอร์ 12 จำนวน 10 นัด อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.1 กระบอก กระสุนปืน 9 มม.13 นัด ซึ่งเป็นอาวุธปืนที่มีใบอนุญาต และโทรศัพท์มือถืออีก 3 เครื่อง
      
       นอกจากนี้ กำลังอีกชุดได้เข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 34 ม.2 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ และได้ยึดอาวุธปืนขนาด 11 มม.1 กระบอก กระสุนปืน 11 มม.จำนวน 3 แมกฯ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ยึดอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนทั้งหมดไปตรวจสอบและ เช็ครายละเอียดของการใช้โทรศัพท์ พร้อมกับจะเชิญตัวนายสมบูรณ์มาสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง
      
       โดยการเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ เนื่องจากนายสมบูรณ์ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจจะมีส่วนพัวพันในคดีฆ่านายนิ วัตร์ เพ็ชรรูจี รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองควนลัง ซึ่งถูก 2 คนร้ายขับรถจักรยานยนต์ตามประกบยิงเสียชีวิตที่สี่แยกสนามบินนอก เขตเทศบาลเมืองควนลัง อ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2554

โจรหาดใหญ่กระชากสร้อยทองชาวมาเลย์หนัก 3 บาท กลางร้านก๋วยเตี๋ยว

โจรหาดใหญ่แสบ บุกกระชากสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทจากคอนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียภายในร้านอาหาร ตำรวจเร่งล่าตัวการทำหาดใหญ่เสียชื่อ ขณะที่เจ้าทุกข์รีบกลับประเทศไม่เอาเรื่อง
              วันที่ 22 ก.ย.54 เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ร.ต.อ.บุญช่วย บุญรอด รอง สวป.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งว่า เกิดเหตุคนร้ายวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ภายในร้านก๋วยเตี๋ยวไม่มีชื่อ ตั้งอยู่เลขที่ 72 ปากซอยถนนกิมประดิษฐ์ ย่านการค้ากลางเมืองหาดใหญ่ หลังรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจสายตรวจ ทราบว่าผู้เสียคือ นาย BEH CHIN LIANG อายุ 39 ปี นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย พร้อมเพื่อนชาวมาเลเซียอีก 7 คน ยืนรอตำรวจด้วยอาการตื่นตระหนก หลังจากที่ถูกคนร้ายกระชากสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทไปจากคอ
      
       สอบสวนทราบว่า ขณะที่นักท่องเที่ยวทั้ง 8 คน กำลังนั่งล้อมวงกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่โต๊ะซึ่งตั้งอยู่ริมฟุตบาท ได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นอายุประมาณ 15-18 ปี สวมใส่ชุดดำและหมวกกันน๊อค ทำทีเข้ามาสั่งก๋วยเตี๋ยวในร้าน แต่กลับเดินเข้ามากระชากสร้อยคอทองคำจากคอของ นาย BEH CHIN LIANG ที่กำลังก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี๋ยวอยู่กับเพื่อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่เพื่อนอีกคนสตาร์ทเครื่องรออยู่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความมึนงงของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียทั้งหมด
      
       อย่างไรก็ตาม ทั้งผู้เสียหายและกลุ่มเพื่อนไม่ได้ติดใจเอาความ เนื่องจากต้องรีบเดินทางกลับประเทศภายในวันนี้ ขณะที่ตำรวจเร่งหาเบาะแสของคนร้ายจากภาพวงจรปิดในบริเวณดังกล่าว เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดี เนื่องจากทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวของ อ.หาดใหญ่ และประสานไปยังร้านท่องทุกแห่ง เพื่อให้ช่วยแจ้งเบาะแสหากมีวัยรุ่นนำทองไปขายหรือจำนำ
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

ครูสาวซิ่งเก๋งประสานงา จยย.พม่า สาหัสทั้งคู่

ครูสาวขับเก๋งประสานงารถ จยย. แรงงานพม่า เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ริมทาง บริเวณถนนสายเอเชีย ต.นาหม่อม อ.นาหม่อม เส้นขาออก อ.หาดใหญ่ อาการสาหัสทั้งคู่      
       
วันที่ 22 ก.ย.54  พ.ต.ท.อุทิศ อดทน พนักงานสอบสวน สภ.นาหม่อม จ.สงขลา รับแจ้งเหตุว่าเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนจักรยานยนต์บนถนนสายเอเชีย พื้นที่บ้านวังมะพร้าว ม.4 ต.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา เส้นทางขาออกจากอ.หาดใหญ่ มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ
      
       หลังรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมาคมกู้ชีพบ้านพรุ พบรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า 2 สีบรอนซ์ ทะเบียน ปร 5937 สงขลา ชนกับจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นคริสตัล สีแดง ทะเบียน งกง 192 สงขลา ส่งผลให้รถเก๋งเสียหลักพุ่งลงไปชนติดอยู่กับต้นไม้ริมทาง รถพังเสียหายทั้งคัน โดยมีผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนขับถูกอัดก็อปปี้อยู่ในซากรถ
      
       ทราบชื่อคือ น.ส.ศุภวรรณ พุทธสุภะ อายุ 44 ปี ครูโรงเรียนบ้านจะโหนง อ.จะนะ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่อาสาสมาคมกู้ชีพบ้านพรุ พร้อมตำรวจและชาวบ้านต้องช่วยกันงัดร่างออกจากตัวรถ ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง โดย น.ส.ศุภวรรณมีอาการสาหัส เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ขณะที่สภาพรถจักรยานยนต์คู่กรณีก็พังเสียหายเช่นกัน ทราบว่าคนขับเป็นแรงงานชาวพม่า ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์เช่นกัน
      
       จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ น.ส.ศุภวรรณ ขับรถเก๋งเพื่อเดินทางไปโรงเรียน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีจักรยานยนต์ของแรงงานพม่าขับย้อนศรและปาดหน้าใน ระยะกระชั้นชิด จึงชนกันอย่างรุนแรง ก่อนที่รถเก๋งจะเสียหลักพุ่งลงไปอัดก๊อบปี้ต้นไม้ริมทางดังกล่าว
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

เกษตรกรสงขลาแปลงสวนยางเป็น “สวนป่า” สร้างรายได้เสริมฟื้นฟูดิน

เกษตรกรในสงขลาประสบความสำเร็จ แปลงสภาพสวนยางพาราเป็นสวนป่า ปลูกไม้ยืนต้นไม้พื้นเมือง ไม้ผลและพืชผักสมุนไพร แซมร่องยางสร้าง สร้างรายได้เสริมและฟื้นฟูสภาพดินตามธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยหรือสารเคมี และไม่กระทบกับการเติบโตของยางพาราแถมยังให้ผลผลิตสูงกว่าเดิม
       
       วันที่ 22 ก.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายหมัดฉา หนูหมาน เกษตรกรในพื้นที่บ้านห้วยหาด หมู่1 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ประสบความสำเร็จในการทำการเกษตรแบบผสมผสาน ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการแปลงสภาพสวนยางพาราเนื้อที่ 14 ไร่ ที่กำลังกรีดและให้ผลผลิตเป็นสวนป่า
      
       โดยปลูกไม้ยืนต้นและไม้พื้นเมืองหลากหลาย ชนิด เช่น ไม้ตะเคียน ไม้ยาง มะฮอกกานี เทพทาโร ต้นชะมวง หรือแม้แต่ไม้ผล ทั้งสละอินโดฯ กล้วย ขนุน จำปาดะ ไผ่ตง และมะพร้าวน้ำหอม รวมทั้งพืชสมุนไพร แซมในร่องยางพาราที่ว่างเปล่า เพื่อให้พื้นที่สวนยางทุกตารางนิ้วเกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างรายได้เสริมนอกเหนือจากรายได้หลักจากผลผลิตยางพารา ทั้งยังขุดสระน้ำไว้กลางสวนเพื่อใช้ในช่วงหน้าแล้งด้วย
      
       โดยหลังจากที่ทดลองแปลงสภาพสวนยางพาราเป็นสวนป่ามา 2 ปี ขณะนี้ไม้ผลเริ่มให้ผลผลิตเก็บขายสร้างรายได้เสริมวันละหลายร้อยบาท ขณะที่ไม้ยืนต้นและไม้พื้นเมืองก็งอกงามโตวันโตคืน รอสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกรรมในอนาคต โดยไม่กระทบต่อการเติบโตของต้นยางพาราและปริมาณน้ำยางยังเพิ่มขึ้นด้วย
      
       ทั้งนี้ เพราะดินกลับมาคืนสภาพดีตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยหรือสารเคมี และแทบไม่ต้องดูแล ปล่อยให้ธรรมชาติของป่าดูแลและฟื้นฟูด้วยตัวของมันเอง จึงสามารถปลูกไม้ได้ทุกประเภทในที่เดียวกันได้มากเท่าที่ต้องการ
      
       นายหมัดฉาเปิดเผยว่า ข้อดีของการแปลงสวนยางเป็นสวนป่า คือ ดินกลับมามีสภาพดีขึ้นตามธรรมชาติ และสามารถสร้างรายได้เสริมจากพื้นที่ว่างเปล่าระหว่างร่องยาง ที่ส่วนใหญ่ถูกปล่อยทิ้งโดยไร้ประโยชน์ มาชดเชยรายได้จากยางพาราด้วย ไม่ว่าราคายางจะขึ้นหรือลง เป็นการสร้างรายได้ทั้งในระยะสั้น และระยาว ส่วนเคล็ดลับที่จะทำให้สำเร็จนั้นจะต้องปลูกไม้ยืนต้นและไม้ผลให้หลากหลาย ชนิด เพื่อป้องกันการแย่งอาหาร และต้องศึกษาไม้แต่ละชนิดด้วยว่าเหมาะสมกับสภาพพื้นที่หรือไม่
      
       และนอกจากป่าสวนยางพาราเนื้อที่14 ไร่แล้ว นายหมัดฉา ยังได้แปลงสภาพสวนยางพาราข้างบ้านเนื้อที่กว่า 5 ไร่เป็นสวนป่าเช่นเดียวกัน แต่เน้นไม้ผลและพืชผักสมุนไพรที่กินได้ เช่น ผักเหมียง รางจืด ตะไคร้หอม รวมทั้งไม้หายากอีกหลายชนิด และยังเลี้ยงผึ้งรังปล่อยให้หากินภายในสวน และยังมีพวกผักสวนครัวรั้วกินได้ โดยที่สำคัญได้ผลิตปุ๋ยหมักไว้ใช้เองด้วย
      
       นายหมัดฉาเล่าว่า ความสำเร็จในวันนี้มาจากการยึดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต ตามที่พระองค์ท่านทรงตรัสว่าอยากกินอะไรก็ให้ปลูกอย่างนั้น ซึ่งเห็นผลจริงๆ และหากใครที่ต้องการมาดูต้นแบบสวนป่าก็ยินดีที่จะถ่ายทอดวิธีการทำให้ โดยติดต่อได้ที่หมายเลข 08-9596-6432
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

2 คนร้ายประกบยิงสองผัวเมียกลางสี่แยกไฟแดง เมียตายผัวเจ็บ

เกิดเหตุ 2 คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิงสองสามีภรรยากลางสี่แยกไฟแดงเมืองหาดใหญ่ เป็นเหตุให้ฝ่ายเมียเสียชีวิต ส่วนสามีบาดเจ็บ ตร.เร่งสอบสวนหาประเด็นสังหาร พร้อมสั่งล่าคนร้ายมาดำเนินคดี
              เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 21 ก.ย.54 เกิดเหตุคนร้าย 2 คนขับขี่จักรยานยนต์ตามประกบยิงสองสามีภรรยาได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บริเวณสี่แยกควนลัง เขตเทศบาลเมืองควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เบื้องต้นทราบว่ามีผู้ถูกยิงบาดเจ็บสองคน คือ นายทวี วนารมย์วิวัฒน์ อายุ 69 ปี และน.ส.จำรัส จงไตรจักร อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/1 ถ.ราษฎร์ยินดี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ แต่ น.ส.จำรัสทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
      
       จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน น-9117 สงขลา มีรอยกระสุนปืนถูกยิงที่บริเวณกระจกขวา 3 รู จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุทั้ง 2 คนกำลังขับรถไปทำสวนในพื้นที่ ต.ฉลุง เมื่อเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสี่แยกก็ได้ชะลอรถ คนร้าย 2 คนขับขี่จักรยานยนต์เป็นพาหนะไม่ทราบชนิดตามประกบก่อนที่มือปืนที่นั่งซ้อน ท้ายจะชักอาวุธปืนพกสั้นยิงใส่รถกระบะของนายทวี และ น.ส.จำรัส กระสุนได้ทะลุกระจกหน้าถูกนายทวี และน.ส.จำรัสได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
      
       เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวนายทวี และ น.ส.จำรัส ส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่ง น.ส.จำรัสทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนประเด็นการสังหารนั้นเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลนื

ตร.หาดใหญ่ได้ภาพสเกตช์มือยิง “รองอู๊ด” แล้ว เร่งคลี่คลายคดี

ตำรวจได้ภาพสเกตช์หนึ่งในมือปืนที่ก่อเหตุยิงรองนายกเทศมนตรีเมือง ควนลังแล้ว ขณะที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรสงขลา เรียกตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนเร่งรัดคลี่คลายคดี มั่นใจสามารถจับมือปืนและผู้บงการได้
      
       
ความคืบหน้าเหตุสองคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ประกบยิงนายนิวัตร์ เพ็ชรรูจี หรือรองอู๊ด อายุ 40 ปี รองนายกเทศมนตรีเมืองควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เสียชีวิตคาสี่แยกสนามบินนอก ถนนเพชรเกษม เขตเทศบาลเมืองควนลัง เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ขณะขับรถจี๊ปส่วนตัวกลับจากรับประทานอาหารเพื่อเข้าสำนักงานเทศบาล ซึ่งตำรวจยังคงเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดี
      
       ล่าสุด วันที่ 21 ก.ย.54 ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ได้ภาพสเกตช์ผู้ต้องสงสัยที่เป็นหนึ่งในคนร้ายที่ก่อเหตุแล้วซึ่งเป็นภาพของ มือปืนที่นั่งซ้อนท้ายจักรยานยนต์และเป็นผู้ลงมือยิงนายนิวัตร์ ซึ่งเป็นภาพสเกตช์ที่ได้จากคำให้การของพยานที่เห็นเหตุการณ์ขณะคนร้ายลงมือ ก่อเหตุ โดยเป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี สูง 165-170 เซนติเมตร ผิวดำแดง สวมหมวกแก๊ปสีแดง โดยภาพสเกตช์ที่ได้ตำรวจจะนำไปเปรียบเทียบกับทำเนียบมือปืนที่ถูกขึ้นบัญชี ดำในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 ว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับรายใดบ้าง และจะแจกจ่ายให้ตำรวจในพื้นที่ จ.สงขลาและจังหวัดใกล้เคียงช่วยหาเบาะแส
      
       ด้าน พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา ได้เรียกประชุมตำรวจชุดสืบสวนทั้งของ สภ.หาดใหญ่ และตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ทั้งสองชุดที่ตั้งขึ้นมาคลี่คลายคดีนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่เร่งคลี่คลายคดีโดยเร็วที่ สุดเนื่องจากเป็นนักการเมืองรายที่ 3 ของเทศบาลเมืองควนลังที่ถูกยิงเสียชีวิตในรอบ 4 ปี
      
       ทั้งนี้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาเผยว่า ขณะนี้แนวทางการสอบสวนเหลือเพียงประเด็นเดียวคือเรื่องของการเมืองท้องถิ่น ซึ่งแนวทางการสอบสวนจะเน้นการเชื่อมโยงไปยังคดีเก่าที่มีนักการเมืองและผู้ นำท้องถิ่นใน ต.ควนลัง ถูกยิงเสียชีวิต
      
       รวมถึงการเลือกตั้งใหม่ของเทศบาลเมืองควนลังที่กำลังจะหมดวาระลงใน วันที่ 29 กันยายนนี้ ซึ่งมีทีมการเมืองที่ประกาศตัวลงสมัครถึง 4 ทีม และนายนิวัตร์เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ถูกจับตาว่าจะอยู่ในสังกัดทีมใด เพราะเป็นตัวแปรสำคัญในการเลือกตั้งเนื่องจากมีฐานคะแนนเสียงอยู่ในมือค่อน ข้างมาก อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าคดีนี้จะสามารถติดตามจับกุมมือปืนที่ก่อเหตุได้รวมถึงผู้บงการที่ อยู่เบื้องหลัง
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

รองนายกเล็กควนลังเสียชีวิตแล้ว หลังถูกประกบยิงกลางสี่แยกไฟแดง

นายนิวัตร์ เพ็ชรรูจี รองนายกเทศบาลเมืองควนลัง เสียชีวิตแล้ว ที่โรงพยาบาลศิครินทร์หาดใหญ่ หลังถูกคนร้ายประกบยิงเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ตำรวจเร่งหาเบาะแสภาพจากล้องวงจรปิด ส่วนประเด็นสังหารอยู่ระหว่างการสอบสวน
              ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุสองคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ประกบยิง นายนิวัตร์ เพ็ชรรูจี อายุ 40 ปี รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองควนลัง อ.หาดใหญ่ บาดเจ็บสาหัส บริเวณสี่แยกสนามบินนอก เขตเทศบาลเมืองควนลัง ขณะขับรถจิ๊ปกลับจากรับประทานอาหารเที่ยง และกำลังจะกลับเข้าสำนักงานเทศบาล เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 19 ก.ย.54
      
       ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 16.20 น.วันเดียวกันนี้ นายนิวัตร์ เสียชีวิตแล้ว หลังจากที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศิครินทร์หาดใหญ่ และแพทย์พยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากกระสุนถูกจุดสำคัญบริเวณชายโครงขวาทะลุซ้าย และเสียเลือดมาก จึงเสียชีวิตในที่สุด โดยขณะนี้ศพถูกนำไปผ่าพิสูจน์ที่ฝ่ายนิติเวชโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
      
       ขณะที่ความคืบหน้าการไล่ล่าคนร้าย พ.ต.ท.กิตติชัย สังขถาวร รองผกก.ป.ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังไล่เช็กภาพจากกล้องวงจรปิดตามตามเส้นทางหาดใหญ่ในไปจนถึงที่เกิดเหตุ บริเวณสี่แยกสนามบินนอก เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย ซึ่งเชื่อว่า น่าจะขับรถจักรยานยนต์ตามประกบมาตั้งแต่ในเมือง ส่วนประเด็นการสังหาร เจ้าหน้าที่กำลังเชิญผู้บริหารของเทศบาลเมืองควนลังมาให้ปากคำ เพื่อเชื่อมโยงไปถึงประเด็นการเมืองท้องถิ่นรวมถึงเรื่องส่วนตัวอื่นๆ
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

สงขลาเปิดพื้นที่ “น้ำประปาดื่มได้” สนามกีฬากลางนาทวี

การประปาส่วนภูมิภาค ร่วมกับกรมอนามัยและจังหวัดสงขลาจัดพิธีประกาศรับรองให้พื้นที่จ่ายน้ำของการประปาส่วนภูมิภาคสาขานาทวี เป็นพื้นที่น้ำประปาดื่มได้ แห่งที่ 145 ณ บริเวณสนามกีฬากลางอำเภอ จังหวัดสงขลา
      
       
วันที่ 19 ก.ย.54 ณ บริเวณสนามกีฬากลางอำเภอ จังหวัดสงขลา โดยได้รับเกียรติจาก นายโสภณ หมวดทอง นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชำนาญการพิเศษ กรมอนามัย นายพิรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ นายสมชาย มนต์บุรีนนท์ รองผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค ร่วมเป็นประธานในพิธีในครั้งนี้
      
       นายสมชาย มนต์บุรีนนท์ รองผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่า ตามที่การประปาส่วนภูมิภาคได้ประกาศเจตนารมณ์การเป็นองค์กรเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินโครงการที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ในด้านต่างๆ อาทิ ด้านชุมชนและสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านผู้บริโภค และการพัฒนาจิตสาธารณะสำหรับด้านผู้บริโภค กปภ.ได้ขับเคลื่อนโครงการน้ำประปาดื่มได้ โดยร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ในการตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาในระบบท่อ ให้มีมาตรฐานความสะอาด ปลอดภัย และสามารถดื่มได้จากก๊อกโดยตรง
      
       รองผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังการประกาศเป็นพื้นที่น้ำประปาดื่มได้แล้ว กปภ.สาขานาทวี จะยังคงเฝ้าระวังคุณภาพน้ำและตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำในพื้นที่ต่อไปอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ทาง กปภ.ต้องขอความร่วมมือจากลูกค้าให้ช่วยกันดูแลรักษาระบบจ่ายน้ำประปาและอุปกรณ์ประปาภายในบ้านให้สะอาดปลอดภัยอยู่เสมอ
      
       สำหรับกิจกรรมนอกเหนือจากการประกาศพื้นที่น้ำประปาดื่มได้แล้วทาง กปภ.ยังจัดนิทรรศการให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับโครงการน้ำประปาดื่มได้ กระบวนการผลิตน้ำประปา การใช้น้ำประปาอย่างถูกวิธี ตลอดจนติดตั้งจุดบริการน้ำประปาดื่มได้ให้บริการฟรี 1 จุด เพื่อเป็นการเสริมสร้างสุขภาพอนามัยที่ดีให้กับประชาชนชาวนาทวีอีกด้วย
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

หาดสมิหลาคึกคักนักท่องเที่ยวมาเลย์-สิงคโปร์แน่น ไม่หวั่นเหตุรุนแรง

หาดสมิหลาแหล่งท่องเที่ยวใน จ.สงขลา เนืองแน่น คึกคัก กรุ๊ปทัวร์นักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งมาเลเซีย และสิงคโปร์ หลั่งไหลเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอย่างหนาแน่น แม้จะเกิดเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไกด์เผยมีโปรแกรมยาวถึงปลายเดือน และช่วงเทศกาลกิเจ
      
       
วันที่ 18 ก.ย.54 บรรยากาศการท่องเที่ยวที่แหลมสมิหลา จ.สงขลา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ยังคงเนืองแน่นไปด้วยกรุ๊ปทัวร์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่เดินทางมาด้วยรถบัส เพื่อพักผ่อนและชมความสวยงามของหาดสมิหลา รวมทั้งถ่ายรูปคู่กับเงือกทอง ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของ จ.สงขลา ไว้เป็นที่ระลึก
      
       จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บรรยากาศการค้าขายตามริมหาด ทั้งร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก หรือร้านค้าริมหาดมีนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการอย่างเนื่องแน่น แตกต่างจากอาทิตย์ที่แล้วที่เงียบเหงา เนื่องจากสภาพอากาศไม่เป็นใจและนักท่องเที่ยวงดการเดินทางเข้ามาเพราะกลัวสถานการณ์น้ำท่วมพ่อค้าแม่ค้าต่างมีรายได้เพิ่มขึ้น 1-2 เท่าตัว
      
       นายเม่าวุ่น แซ่ใช้ ไกด์นำเที่ยวจากหาดใหญ่ กล่าวว่า ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ไปจนถึงปลายเดือนจะมีกรุ๊ปทัวร์ของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และสิงคโปร์ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน จ.สงขลา เป็นจำนวนมาก เนื่องจากใกล้ถึงช่วงเทศกาลกินเจระหว่างวันที่ 27 กันยายน ถึง 5 ตุลาคม
      
       อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบจนทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ที่วางโปรแกรมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน จ.สงขลา ยกเลิกการเดินทางแต่อย่างใด
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

จนท.ป่าไม้-ผู้นำท้องถิ่นยันไม่เอี่ยวนายทุนรุกป่ารัตภูมิ

เจ้าหน้าที่ป่าไม้และผู้นำท้องถิ่นใน ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา สนธิกำลังเข้าปิดเส้นทางเข้าผืนป่า ในเขตเทือกเขาไฟไหม้ป้องกันการเข้าไปบุกรุกตัดไม้ พร้อมขอความเป็นธรรมไม่ได้มีส่วนได้เสียกับนายทุนบุกรุกป่าตามที่ถูกกล่าวหา
              นายศราวุฒิ จอมสุริยะ หัวหน้าหน่วยรักษาป่าที่ สข.1 น้ำตกบริพัตร พร้อมด้วยตำรวจกำนันและผู้ใหญ่ในพื้นที่ต.เขาพระ สนธิกำลังปิดเส้นทางเข้าผืนป่าซึ่งอยู่ในเขตเทือกเขาไฟไหม้ พื้นที่หมู่10 ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ลักลอบตัดไม้ทำลายป่านำรถยนต์และเครื่องจักรเข้าไปลักลอบตัดไม้ในป่าต้นน้ำสำคัญ ทั้งป่าแม่พรุ และป่าคลองลำขัน ซึ่งยังคงมีความพยายามเข้าไปลักลอบตัดไม้อย่างต่อเนื่อง
      
       พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจสอบผืนป่า ในบริเวณเทือกเขาไฟไหม้พบว่ามีผืนป่าแปลงใหม่ถูกตัดโค่นและเผาทำลายจำนวน 2 แปลงรวมเนื้อที่กว่า 10 ไร่ เพื่อแปลงสภาพเป็นพื้นที่ปลูกยางพาราซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดเอาไว้
      
       อย่างไรก็ตาม นายนายศราวุฒิ จอมสุริยะ หัวหน้าหน่วยรักษาป่าที่ สข.1 พร้อมด้วย นายปรีชา นุ่มศรีปาน กำนันตำบลเขาพระ และนายบู้ นิปะสิกิ ผู้ใหญ่บ้านหมู่10 ต.เขา ได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมหลังจากที่ถูกกล่าวหาว่า มีส่วนได้เสียกับกลุ่มนายทุนในการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า
      
       ทั้งสามคนยืนว่าตลอดระยะเวลา5 ปีที่ผ่านมา ได้พยายามป้องกันผืนป่าในพื้นที่เทือกเขาไฟไหม้ในพื้นที่ ต.เขาพระ เพื่อไม่ให้ถูกทำลายมากขึ้น และสามารถตรวจยึดผืนป่าที่ถูกทำลายรวมทั้งไม้ที่ถูกตัดโค่นพร้อมผู้ต้องได้อย่างต่อเนื่อง หลายครั้งต้องเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงกับผู้มีอิทธิพล และยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปมีส่วนกับขบวนการลักลอบตัดไม้หรือประโยชน์แต่อย่างใด จึงต้องการขอความเป็นธรรมทั้งจากส่วนราชการและสื่อมวลชน
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

ทน.สงขลาเร่งเสริมกระสอบทรายกันดินเขาน้อยสไลด์

เจ้าหน้าที่เทศบาลนครสงขลาเร่งนำกระสอบ 500 ใบบรรจุทราย ขึ้นไปทำแนวเขื่อนริมถนนขึ้นเขาน้อย ป้องกันดินสไลด์ถล่มทับบ้านเรือนประชาชน
              วันที่ 17 ก.ย.54 นายสมชาย เมฆาอภิรักษ์ รองนายกเทศมนตรีนครสงขลา ได้สั่งการให้คนงานฝ่ายโยธาเทศบาลนครสงขลา เร่งบรรจุทรายใส่กระสอบ 500 ใบ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หลังจากที่ในช่วงนี้ฝนทิ้งช่วง เพื่อนำขึ้นไปปิดช่องที่ถนนทรุดตัวบนเขาน้อย และได้ทำการตอกไม้เสาเข็ม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย โดยนำกระสอบทรายอัดบริเวณที่ตอกไม้เสาเข็มขึ้นมาถึงพื้นถนนอย่างแน่นหนา
      
       หลังจากนั้นก็จะใช้กระสอบทรายเรียงเป็นแนวเขื่อน 2 ชั้น ริมขอบถนนทางขึ้นเขาน้อยด้านที่มีบ้านเรือนประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนที่จะตกลงมา ไหลจากเขาน้อยลงไปทางบ้านเรือนประชาชนด้านล่าง ซึ่งเสี่ยงที่จะเกิดเหตุดินสไลด์จากภาวะฝนตก และดินชุ่มน้ำ แต่จะให้น้ำฝนไหลย้อนกลับมาลงที่คูระบายน้ำ ทั้งนี้ เทศบาลนครสงขลาได้ทำการลอกคูไม่มีขยะกิ่งไม้หรือก้อนหินกีดขวางทางระบายน้ำออกหมดแล้ว โดยเฉพาะบริเวณจุดเสี่ยงเชิงเขา ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านเรือนของประชาชนหลายสิบหลังคาเรือน เพื่อป้องกันเหตุดินและต้นไม้จากเขาน้อยสไลด์ลงไปทับบ้านของชาวบ้านที่อยู่ด้านล่าง
      
       ขณะนี้แม้ในพื้นที่ จ.สงขลา ฝนจะทิ้งช่วงแต่สถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ หลังจากที่ในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุดินจากเขาน้อยสไลด์ลงมาทับบ้านชาวบ้านที่อยู่ตีนเขามาแล้วถึง 2 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต3 ราย โดยเฉพาะล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้นายกฤษดา สู่เมือง ครูโรงเรียนวชิรานุกูล จ.สงขลา เสียชีวิตขณะนอนหลับอยู่ภายในบ้าน
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

รถทัวร์แก้บนพลิกคว่ำหลังเดินทางได้ไม่นาน โชคดีมีแต่คนฟกช้ำ

เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำตกลงไปในหุบเขา ในพื้นที่ ต.คลองเปียะ อ.จะนะ จ.สงขลา ขณะนำชาวบ้านไปแก้บนที่วัดพระธาตุ จ.นครศรีธรรมราช บาดเจ็บ 20 คน
      
       
วันที่ 17 ก.ย.54 เมื่อเวลา 08.00 น. พ.ต.ต.ประทีป อ่อนรอด พนักงานสอบสวน สบ.2 สภ.ควนมีด อ.จะนะ จ.สงขลา รับแจ้งว่าเกิดเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำตกลงไปในหุบเขา ริมถนนสายบ้านช่องเขา-ควนไม้ไผ่ พื้นที่ ม.4 บ้านช่องเขา ต.คลองเปียะ ภายหลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุริยา ปัญญามัง ผกก.สภ.จะนะ
      
       ในที่เกิดเหตุพบรถทัวร์ฮี่โนเขียนป้ายที่กระจกหน้าและหลังว่า ยงยุทธทัวร์  ทะเบียน 31-9893 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นรถทัวร์แบบธรรมดาชั้นเดียว สภาพพลิกคว่ำตะแคงข้างตกลงไปในหุบเขา โดยไถลลึกลงไปจากถนนประมาณ5 เมตร และติดอยู่ในพุ่มไม้เชิงเขา
      
       เบื้องต้นพบว่ามีผู้บาดเจ็บประมาณ 20 ราย จากผู้ที่โดยสารมากับรถทัวร์คันดังกล่าวกว่า 60 ราย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นญาติกันทั้งหมด โดยผู้บาดเจ็บชาวบ้านที่ประสบเหตุได้ช่วยกันลำเลียงส่งโรงพยาบาลจะนะและโรงพยาบาลนาหม่อม โดยส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อยแค่ฟกช้ำตามร่างกาย และโชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต
      
       จากการสอบสวนนายสุเทพ เทพทอง อายุ40 คนขับ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้เดินทางไปรับชาวบ้านจากบ้านควนไม้ไผ่ ต.นาหว้า อ.จะนะ กว่า 60 คน เพื่อเดินทางไปแก้บนที่วัดพระธาตุ จ.นครศรีธรรมราช แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางลาดชันลงจากเนินเขาและเข้าโค้งหักศอก ระบบเบรกลมเกิดมีปัญหา เนื่องจากลมไปเลี้ยงเบรกไม่พอ จึงได้พยายามแจ้งเตือนให้ผู้โดยสารที่อยู่บนรถทราบและเตรียมตัวหาที่ยึดเกาะ เพราะอาจควบคุมรถไม่อยู่
      
       กระทั่งเมื่อรถเข้าโค้งหักศอกไม่สามารถควบคุมรถได้ จึงเสียหลักพลิกคว่ำลงไปในหุบเขาข้างทาง แต่โชคดีที่ไปติดอยู่ในพุ่มไม้ โดยที่ไม่ไถลลึกลงไปในหุบเขาที่มีความลึกกว่า50 เมตร ซึ่งอาจจะเกิดเหตุโศกนาฎกรรมมากกว่านี้
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์