วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555

แม่ทัพภาค 4 สั่งสอบ “เสธ” ค้าน้ำมันเถื่อน


แม่ทัพภาค 4 สั่งสอบหลังมีข่าวฉาวนายทหารระดับเสนาธิการ พัวพันขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน ระบุ แก๊งน้ำมันเถื่อนจูบปากแนวร่วมในพื้นที่ และมีนักการเมืองหนุนหลัง หนำซ้ำยังจัดกำลังติดตามความเคลื่อนไหวของ จนท.ด้วย
      
       วันที่ 26 เม.ย.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมศรีนาฆารา โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว อ.เมือง จ.ปัตตานี มีการประชุมสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยมี นายเศรษฐ์ อันยุฟรี ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต.พร้อมเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร ศอ.บต.เข้าร่วมประชุม และมีตัวแทน กอ.รมน.ภ.4 ส่วนหน้า ตัวแทนศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมประชุมวิเคราะห์สถานการณ์ความไม่สงบ และตอบกระทู้ถามของสภาที่ปรึกษา
      
       โดยมี นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ ซึ่งทำหน้าที่ประธานคณะยุติธรรม และสิทธิมนุษย์ชน ตั้งกระทู้ถามเรื่องการแก้ปัญหาน้ำมันเถื่อน ซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้บรรจุให้เป็นยุทธศาสตร์รอง เพราะขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนเป็นภัยแทรกซ้อนที่ส่งเสริมให้มีการก่อความไม่ สงบ และการปราบปรามน้ำมันเถื่อน 6 เดือนที่ผ่านมา ของ กอ.รมน.ยังไม่สามารถป้องกันและปราบปรามให้เป็นผลสำเร็จ ทั้งนี้ มีการกล่าวหาว่า มีเจ้าหน้าที่ใน กอ.รมน.รับผลประโยชน์จากขบวนการ และมีข่าวว่า นายทหารระดับเสนาธิการเป็นผู้ค้าน้ำมันเถื่อนด้วย
      
       โดยตัวแทนของ กอ.รมน.ได้ตอบกระทู้ในเรื่องดังกล่าว ว่า ขบวนการน้ำมันเถื่อนเป็นภัยแทรกซ้อนที่ร้ายแรง มีการสนับสนุนทางการเงินให้กับขบวนการแบ่งแยกดินแดนจริง โดยมีหลักฐาน มีพยาน มีเอกสาร และเส้นทางการเงินชัดเจน และทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่จับกุมน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ในพื้นที่ แนวร่วมจะออกมาตอบโต้ด้วยการก่อวินาศกรรมทุกครั้ง ขบวนการค้านำมันเถื่อนเป็นขบวนการใหญ่มีการวางแผนซับซ้อน มีเครื่องมือติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ เช่น มีหน่วยตรวจการติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ มีกล้องอินฟาเรด มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง โดยในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมยึดของกลาง ทั้งรถยนต์ เรือบรรทุกน้ำมัน และน้ำมันเถื่อนได้กว่า 5 แสนลิตร มูลค่ากว่า 13 ล้านบาท
      
       ส่วนในเรื่องมีเจ้าหน้าที่ ระดับเสนาธิการร่วมในขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ขณะนี้ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
      
       ตัวแทน กอ.รมน.ยังเปิดเผยอีกว่า ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน นอกจากจะเป็นภัยต่อความมั่นคง และเป็นการทำลายเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ยังสร้างปัญหามลภาวะให้เกิดขึ้น เพราะมีการทิ้งน้ำมันเถื่อนที่บรรทุกทางเรือลงทะเลทุกครั้ง ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อทำการจับกุม ขณะนี้ กอ.รมน.ได้มีการประชุมรวมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการในการปราบปรามขบวนการนี้ให้จบสิ้นโดยเร็ว
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสงขลาเร่งผลิตลูกปลากะพงขาวเดือนละ 4 แสนตัวป้อนเกษตรกร


สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดสงขลาเร่งผลิตลูก ปลากะพงขาว เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรผู้ปลาเลี้ยงปลากะพงขาว หลังลูกปลาขาดแคลนอย่างหนัก โดยเพิ่มกำลังการผลิตจากเดิมเดือนละ 1-2 แสนตัว เป็น 4 แสนตัว
      
       สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกปลากะพงขาวจำหน่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง ขาวในกระชังทั้งในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ขณะนี้ได้เร่งผลิตลูกปลากะพงขาวและเพิ่มกำลังผลิตจากเดิมที่เคยผลิตเดือนละ 1-2 แสนตัว เพิ่มเป็นเดือนละ 3-4 แสนตัว หลังจากที่เกิดสภาวะขาดแคลนลูกปลากะพงขาวอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดสงขลาและ จังหวัดใกล้เคียง เนื่องจากเกิดภัยธรรมชาติในภาคกลางซึ่งเกิดอุทกภัยน้ำท่วม ฟาร์มหลายแห่งถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย ทำให้แหล่งผลิตลูกปลาแหล่งใหญ่ของประเทศที่อยู่แถวจังหวัดฉะเชิงเทรา จึงต้องผลิตลูกปลาส่งให้ทางฟาร์มในภาคกลางก่อน
           ส่วนเกษตรกรรายย่อยที่สั่งลูกปลากะพงขาวมาจากภาคกลาง จึงไม่มีลูกปลาส่งให้ ส่งผลให้ลูกปลากะพงขาวขาดแคลน อีกทั้งทางสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดสงขลาเอง กำลังผลิตลูกปลากะพงขาวไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง ขาวในกระชังที่มีความต้องการลูกปลาเป็นจำนวนมาก
      
       สำหรับลูกปลากะพงขาวที่ทางสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จังหวัดสงขลาผลิตออกมาในแต่ละเดือน จะเป็นลูกปลาที่มีคุณภาพ ปราศจากโรค เป็นที่ยอมรับจากเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง ทั้งในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ทำให้ยอดจองคิวแต่ละเดือนไม่เพียงพอจำหน่ายให้กับเกษตรกร
      
       นายยงยุทธ ปรีดาลัมพะบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เปิดเผยว่า ทางสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งได้ตระหนักถึงปัญหาการขาดแคลน ลูกปลากะพงขาว เราก็ได้เพิ่มกำลังผลิตจากเดิมที่เคยผลิตเดือนละ 1-2 แสนตัว เพิ่มเป็นเดือนละ 3-4 แสนตัว รวมทั้งพยายามที่จะปรับปรุงคุณภาพด้วย ทางสถาบันฯ มีโครงการที่จะพัฒนาปรับปรุงคุณภาพให้ปลามีอัตราการผลิตเป็นเนื้อสูง โตเร็วและต้านทานโรค โดยในปีนี้เราจะร่วมมือกับทีมวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น ในการผลิตสายพันธุ์ให้ปลาโตเร็วและสามารถต้านทานโรคได้มากยิ่งขึ้น
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

หนุ่มพลัดถิ่นจากภาคตะวันออกทำเกษตรในถิ่นใต้เลี้ยง 6 ชีวิตฉลุย


สัมผัสชีวิตเกษตรกรพลัดถิ่นจากภาคตะวันออก อพยพย้ายครอบครัวมาปักหลักทำการเกษตรอยู่ในภาคใต้ จนประสบความสำเร็จจากสภาพพื้นที่ที่เหมาะสมกับการเกษตร ได้ผลผลิตหลายหมื่นบาทต่อรุ่น และไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ ใช้วิธีดูแลสวนยางให้เจ้าของที่ดินแลกกับการปลูกผัก
           ครอบครัวของ นายวัลลภ ประเสริฐ อายุ 31 ปี จาก ต.กอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี รวม 6 ชีวิต ทั้งภรรยาลูกชายวัย 4 และ 5 ขวบ รวมทั้งพ่อตาแม่ยาย อพยพย้ายถิ่นฐานมาประกอบอาชีพทำการเกษตรอยู่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มากว่า 6 ปี จนประสบความสำเร็จ ชีวิตมีอยู่มีกินอย่างพอเพียง ต่างจากชีวิตในบ้านเกิดซึ่งสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยต่อการเป็นเกษตรกรและ ค่อนข้างแร้นแค้น
           โดยปัจจุบัน ครอบครัวของ นายวัลลภ ได้มาตั้งหลักปักฐานทำการเกษตรอยู่ในพื้นที่บ้านฉลุง หมู่ 1 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปลูกขนำในสวนยางเป็นที่อาศัยรวมกันทั้ง 6 ชีวิต และช่วยกันทำการเกษตรทั้งปลูกแตงร้าน พริก และถั่วฝักยาว หรือพืชผักตามที่ตลาดต้องการในเนื้อที่สวนยางพาราอ่อนกว่า 12 ไร่ ส่งขายตลาดในหาดใหญ่และตลาดในมาเลเซีย สามารถสร้างรายได้ในการปลูกผักแต่ละรุ่น 2-3 หมื่นบาท ภายในระยะเวลา 2 เดือน โดยขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการเก็บผลผลิตแตงร้านซึ่งเก็บมา 20 รอบ ส่งขายกิโลกรัมละ 8 บาท สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ เนื่องจากให้ผลผลิตเต็มที่จากสภาพล้อมในภาคใต้ทั้งดิน และน้ำที่เหมาะต่อการทำการเกษตรได้ตลอดทุกช่วงฤดูกาล
           นายวัลลภ บอกว่า พื้นที่ที่ใช้ทำการเกษตรไม่ต้องเสียค่าเช่าแม้แต่บาทเดียว โดยจะเลือกสวนยางพาราอ่อน ในการทำการเกษตร แต่จะใช้วิธีดูแลสวนยางให้แก่เจ้าของสวนทั้งถางหญ้าใส่ปุ๋ยแทนค่าเช่า ซึ่งเจ้าของสวนยางทุกแปลงจะพอใจเนื่องจากต้นยางได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ และสวนยางไม่รก และตลอดระยะเวลากว่า 6 ปี ที่อพยพครอบครัวมาทำการเกษตรอยู่ในพื้นที่ จ.สงขลา มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งไม่เฉพาะการเกษตรที่ให้ผลดี แต่อัธยาศัยของคนใต้ที่เป็นกันเองเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทำให้ไม่มีปัญหากับการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ ซึ่งตนและครอบครัวจะยึดอาชีพทำการเกษตรต่อไปเรื่อยๆ ขณะที่ลูกทั้งสองคนก็ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียนเพราะจะส่งเข้าเรียนใน โรงเรียนในพื้นที่
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

ผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ขู่ปิดสะพานเปรมฯ หากรัฐเมินปรับราคา 145/กก.


ผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ยื่น หนังสือผู้ว่าฯ ไม่เอากุ้งราคา 135 บาทต่อกิโลฯ ยันต้องได้ 145 บาท ขีดเส้นตาย 27 เม.ย.ต้องชัดเจนก่อนปิดสะพานป๋าเปรม
      
       วันที่ 25 เม.ย.55 ที่ศาลากลาง จ.สงขลา นายครรชิต เหมะรักษ์ ประธานเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้, นายกาจบัณฑิต รามมาก ประธานชมรมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสงขลา ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำโดยเร่งด่วนเนื่องจากในขณะนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งกำลังประสบปัญหาราคากุ้งตกต่ำอย่างรุนแรง และผิดปกติมาก เป็นที่น่าสงสัย ในขณะที่ผลผลิตกุ้งออกสู่ตลาดมีจำนวนน้อย และตลาดมีความต้องการกุ้งสูง แต่ในทางตรงกันข้าม ราคากุ้งขาวได้ปรับลดลงจนทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งประสบปัญหาขาดทุน
      
       แต่ปรากฏว่า ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบาย และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่ง คชก.ได้มีการพิจารณาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งตามที่ จ.สงขลาได้ร้องขอไป โดยอนุมัติงบประมาณ 93.85 ล้านบาท นำมาชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้อัตรา 3% แก่ผู้ประกอบการห้องเย็นเพื่อเสริมสภาพคล่องในการรับซื้อกุ้งขาวแวนนาไมจาก เกษตรกรจำนวน 30,000 ตัน ในราคากิโลกรัมละ 135 บาท (60 ตัว/กก.) รวมทั้งอนุมัติงบประมาณ 2.73 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการับซื้อกุ้งให้แก่เกษตรกรโดยมอบให้กรม ประมงจัดทำบัญชีรายชื่อเกษตรกร และตรวจสอบปริมาณกุ้งที่รับซื้อให้รอบคอบ
      
       สำหรับโครงการแทรกแซงราคากุ้งแวนาไม 30,000 ตัน มีระยะเวลาตั้งแต่เมษายน-ธันวาคม นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตกุ้งจะออกสู่ตลาดจำนวนมากถึง 60% ทำให้ราคาตลาดตกต่ำ โดยราคากุ้งได้เริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่เดือนมกราคม โดยราคากุ้งอยู่ที่ 147 บาท/กก. เดือนกุมภาพันธ์ 144/กก. เดือนมีนาคมราคาอยู่ที่ 137 บาท/กก. และปัจจบันอยู่ที่ 118 บาท/กก.
      
       นายครรชิต เหมะรักษ์ ประธานเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ กล่าวว่า มาตรการของ คชก.เพื่อช่วยเหลือห้องเย็นเพื่อเสริมสภาพคล่องการซื้อกุ้งขาวจำนวน 30,000 ตัน โดยกุ้งขนาด 60 ตัว/กก. ราคากิโลกรัม 135 บาทนั้น เป็นราคาที่รัฐบาลเปิดโครงการรับจำนำเมื่อปี 52 ซึ่งขณะนั้น ต้นทุนการเลี้ยงกุ้งขาว ขนาด 60 ตัว/กก.อยู่ที่ 107 บาท แต่ในปีนี้ ต้นทุนการเลี้ยงกุ้งสูงขึ้น ขนาด 60 ตัว/กก. อยู่ที่ 122.85 บาท และมาตรการดังกล่าวไม่เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งโดยตรง และเป็นราคาที่ต่ำเกษตรกรไม่สามารถรับข้อมติดังกล่าวได้
      
       เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ และชมรมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จ.สงขลา จึงขอเรียก ร้องให้รัฐบาลโดยคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เปิดโครงการรับจำนำกุ้งขาวแวนนาไมจำนวน 30,000 ตัน ตั้งแต่เดือน พ.ค.-ส.ค.55 โดยกุ้งขนาด 50 ตัว/กก. ราคา 160 บาท/กก., กุ้งขนาด 60 ตัว/กก. ราคา 145 บาท, ขนาด 70 ตัว/กก. ราคา 140 บาท และขนาดอื่นๆ ให้ปรับราคาตามสัดส่วน และรัฐบาลต้องมีคำตอบที่ชัดเจนภายในวันที่ 27 เม.ย.55 นี้หากไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ทางเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจำเป็นต้องมีมาตรการในการเคลื่อนไหวเพื่อกดดัน รัฐบาลโดยการปิดถนนเชิงสะพานติณสูลานนท์ตามที่ได้ประกาศไว้
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

เปิดฉากงานแข่งฟุตซอลสถานพินิจฯ ภาคใต้ตอนล่าง เสริมวินัย-ทักษะกีฬาแก่เยาวชน


รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้ม ครองเด็กและเยาวชน เปิดโครงการเป็นหนึ่งด้วยกีฬา ไม่ต้องพึ่งพายาเสพติด แข่งขันกีฬาฟุตซอลระหว่างสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในภาคใต้ตอนล่าง เพื่อฝึกวินัยและทักษะด้านกีฬา
      
       วันที่ 25 เม.ย.55 ที่โรงยิมกีฬาฟ้าใหม่ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 9 จังหวัดสงขลา นายพงศ์สุระ ไกรนรา รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นประธานเปิดโครงการเป็นหนึ่งด้วยกีฬา ไม่ต้องพึ่งพายาเสพติด ประจำปี 2555 จัดโดยศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 9 จังหวัดสงขลา ร่วมกับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดในเขต 9
      
       นายพงศ์สุระ ไกรนรา รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า ในปัจจุบันเด็กและเยาวชนในสังคมไทยอยู่ภายใต้อิทธิพลของสังคมที่มีความเจริญ ด้านวัตถุ ทำให้พฤติกรรมของเด็กและเยาวชนบางกลุ่มสร้างปัญหาต่อสังคม โดยเฉพาะการใช้เวลาว่างไปกับการข้องเกี่ยวกับสิ่งเสพติด ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย สำหรับเด็กที่อยู่ในการดูแล ส่วนใหญ่มีประวัติการใช้สารเสพติดให้โทษ และมีความรู้เรื่องกีฬาน้อยมาก
      
       จึงได้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออกถึงความสามารถในทางที่ถูกต้องเหมาะสม ตลอดจนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อีกทั้งเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้มีความรู้ ความเข้าใจในทักษะการเล่นกีฬา รวมทั้งกฎกติกาในการเล่น และประการสำคัญ คือ เด็กและเยาวชนจะได้ฝึกมารยาทของผู้เล่นและผู้เชียร์ที่ดี รู้จักการให้อภัยซึ่งกันและกัน จึงนับว่าเป็นกิจกรรมที่ดี และมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการบำบัด แก้ไข ฟื้นฟู และพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และทักษะทางสังคมโดยตรง
      
       สำหรับการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตซอลเกมส์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย ทีมฟุตซอลจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดในเขต 9 ได้แก่ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสงขลา พัทลุง ตรัง สตูล นราธิวาส ปัตตานี และยะลา และทีมฟุตซอลจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 9 จังหวัดสงขลา
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

พบโลมาอิรวดีตายเพิ่มอีก 1 เป็นตัวที่ 3 ในเดือนนี้ เสี่ยงสูญพันธุ์


พบโลมาอิรวดีเพศเมีย อายุประมาณ 15 ปี ตายเพิ่มอีก 1 ตัว เป็นตัวที่ 3 ของเดือนนี้ และตัวที่ 6 ในรอบปี สาเหตุมาจากการติดอวนปลาบึกของชาวประมง นักวิชาการเผยประชากรโลมาอิรวดีเหลือแค่ 20-30 ตัว ซึ่งอยู่ในขั้นวิกฤตที่จะสูญพันธุ์
      
       วันที่ 25 เม.ย.55 นายอุทัย ยอดจันทร์ ประธานชมรมอนุรักษ์โลมาอิราวดีบ้านแหลมหาด ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ได้รับแจ้งจากนายประเวศย์ บางพงศ์ เครือข่ายชมรมอนุรักษ์โลมาอิราวดีว่า พบโลมาอิรวดีลอยตายอยู่ในทะเลสาบสงขลา ห่างชายฝั่งพื้นที่ อ.กระแสสินธิ์ ประมาณ 8 กิโลเมตร จึงนำเรือออกไปลากซากโลมากลับเข้าฝั่ง พร้อมกับประสานไปยัง เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง มาทำการตรวจสอบ
      
       จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า เป็นโลมาเพศเมีย ความยาวประมาณ 2 เมตร น้ำหนักประมาณ 170 กิโลกรัม อายุประมาณ 15 ปี ตายมาแล้วประมาณ 3 วัน ที่บริเวณหัว พบร่องรอยการติดอวนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเครื่องมือการทำประมงจับปลาบึกในทะเลสาบสงขลา สำหรับการตายของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาตัวนี้เป็นตัวที่ 6 ในรอบปีนี้ และเป็นตัวที่ 3 เฉพาะเดือนนี้เดือนเดียว
      
       นายณรงค์ สอเหรบ นักวิชาการประมง ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง กล่าวว่า สถานการณ์โลมาอิรวดีอยู่ในขั้นวิกฤต และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ หากชาวประมงจำนวนกว่า 20 ราย ที่ใช้อวนขนาดใหญ่วางอวนจับปลาบึกในทะเลสาบสงขลา บริเวณที่ใกล้กับแหล่งอาศัยของฝูงโลมาอิรวดี ไม่มีจิตสำนึกที่จะช่วยกันอนุรักษ์โลมาอิรวดีให้คงอยู่คู่กับทะเลสาบสงขลา ในอนาคตอันใกล้นี้ ก็จะไม่มีโลมาอิรวดีเหลือให้คนรุ่นหลังพบเห็นในทะเลสาบสงขลาอีกต่อไป ซึ่งหมายถึงการสูญพันธุ์ของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา
      
       เจ้าหน้าที่พยายามสื่อให้ชาวประมงรอบๆ ทะเลสาบสงขลาทั้งในพื้นที่ จ.สงขลา และ จ.พัทลุง ได้ทราบถึงประโยชน์ของโลมาอิรวดี และช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้อยู่คู่กับทะเลสาบสงขลาเพื่อให้ลูกหลานได้ศึกษาต่อ ไปในอนาคต ขณะนี้ โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาไม่เกิน 20-30 ตัวเท่านั้น
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

“เครือข่ายฯ ที่ดินใต้” ร้อนถูกอุทยานรุก โร่ร้องกรรมการสิทธิ-สภาทนายความ


เครือข่ายฯ ที่ดินภาคใต้ร้อนถูกอุทยานรุกฟันต้นยาง-รื้อสะพาน โร่ร้องกรรมการสิทธิ-สภาทนายความ เตรียมบุกพบประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ วุฒิสภา-ประธานรัฐสภา แกนนำจวกรัฐบาลเมินนโยบายโฉนดชุมชน
      
       วันที่ 24 เม.ย.55 ที่สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ชาวบ้านเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด จากจังหวัดตรัง พัทลุง และประจวบคีรีขันธ์ จำนวนประมาณ 50 คน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนเรื่องเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและ พันธุ์พืช ละเมิดสิทธิชุมชน และหามาตรการคุ้มครองพื้นที่การดำเนินการโฉนดชุมชน ต่อนายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการสิทธิชุมชน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะอนุกรรมการ
      
       หนังสือดังกล่าว ระบุว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ได้ฟันทำลายต้นยางพารา และพืชผลเกษตร และสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งพยายามจับกุมดำเนินคดีแก่สมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด ในเขตพื้นที่ดำเนินการโฉนดชุมชน ดังนี้
      
       1.วันที่ 25 มีนาคม 2555 หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ได้จับกุมหมากแห้งของสมาชิกองค์กรชุมชนบ้านตระ ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ส่งสถานีตำรวจภูธรหนองเอื้อง อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง แต่สถานีตำรวจภูธรหนองเอื้องพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นวิถีชีวิตปกติของชาวบ้านจึงดำเนินการเจรจากับทางเจ้าหน้าที่เขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัดขอให้ผ่อนผัน
      
       2.วันที่ 30 มีนาคม 2555 นายสมชัย แสงแก้ว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ 50 นาย บุกฟันทำลายต้นยางพารา และพืชผลเกษตรอื่นๆ ของสมาชิกองค์กรชุมชนบ้านทับเขือ-ปลักหมู จำนวน 2 แปลง 7 ไร่ เป็นสวนยางของนายณรงค์ รอดรักษ์ 3 ไร่ สวนยางของนายเรวัตร รักษ์ทองจันทร์ 4 ไร่
      
       3.วันที่ 6 เมษายน 2555 นายเกรียงศักดิ์ ดีกล่อม หัวหน้าหน่วยปากแจ่ม อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และตำรวจตระเวนชายแดน รวมทั้งนายเจิม เส้งเอียด หรือ ไข่หมูก อดีตจอมโจรชื่อดังภาคใต้ ประมาณ 35 นาย พร้อมอาวุธปืน และเลื่อยยนต์ 2 เครื่อง เข้ารื้อถอนสะพานเข้าชุมชนบ้านหาดสูง รอยต่อระหว่างตำบลเขาปูน อำเภอห้วยยอด กับตำบลน้ำผุด อำเภอเมือง จังหวัดตรัง จำนวน 2 สะพาน
      
       4.วันที่ 16 เมษายน 2555 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ได้พยายามจับกุมชาวบ้านที่หาหน่อไม้ เห็ดแครง องค์กรชุมชนบ้านตระ ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง
      
       หนังสือดังกล่าว ระบุอีกว่า จากลำดับเหตุการณ์การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและ พันธุ์พืช ดังกล่าว ได้ทำความเดือดร้อนแก่ประชาชน ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ในเขตที่มีพื้นที่ทับซ้อนระหว่างอุทยานฯ กับพี่น้องชาวบ้าน ทั้งๆ ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยยึดหลักสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 66 และมีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโฉนดชุมชนเป็นแนวทางในการใช้สิทธิชุมชน ในขณะนี้ เพื่อขจัดความขัดแย้งระหว่างภาครัฐกับประชาชน โดยให้เป็นไปตามวิถีชีวิตของชุมชน พร้อมกับการปฏิบัติตามกฎ กติกา และแผนการจัดการขององค์กรชุมชนนั้นด้วยดีตลอดมา แต่เหตุการณ์เหล่านี้ยังเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนซ้ำแล้วซ้ำอีก
      
       “ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าว ทางเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด สมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย จึงใคร่ขอให้ดำเนินการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชน และหามาตรการคุ้มครองพื้นที่ที่ดำเนินการปฏิบัติการตามแนวทางโฉนดชุมชนภาย ใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา 66 ว่าด้วยสิทธิชุมชนโดยเร่งด่วนหนังสือดังกล่าว ระบุ
      
       ขณะที่ น.ส.วัชรี ทองพิทักษ์ เลขานุการเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติใต้ร่ม เย็น จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนเรื่องขอร้องเรียนให้แก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ซึ่งอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นประกาศทับซ้อนที่ดินทำกินราษฎรต่อนายแพทย์นิ รันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการด้านที่ดินและป่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะอนุกรรมการ
      
       หนังสือดังกล่าวระบุว่า เนื่องจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2534 เป็นการประกาศเขตอุทยานฯ ทับซ้อนที่อาศัย ที่ทำกินของชาวบ้านซึ่งอยู่มาก่อนปี 2500 สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอำเภอกาญจนดิฐ อำเภอนาสาร อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งราษฎรได้รวมตัวกันเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหา อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปี 2546 ได้มีมติของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเห็นชอบให้เพิกถอนพื้นที่เพิ่มเติม จำนวน 28,770 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงานเพื่อเสนอร่างพระราชกฤษฎีกา แต่จนบัดนี้ ไม่มีการดำเนินการใดๆ ซ้ำยังมีการจับกุมปรับราษฎรหลายรายในหลายพื้นที่ อันเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนทุกข์ยากให้แก่ราษฎรเป็นอย่างยิ่ง
      
       “ขอให้อนุกรรมการด้านที่ดินและป่า ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหารือกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น และผู้ที่ได้รับผลกระทบอันเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว ขอให้อุทยานฯ ชะลอการดำเนินการใดๆ ต่อราษฎร ในพื้นที่อุทยานทับซ้อนที่ทำกินและที่อยู่อาศัย และขอให้เร่งรัดการเพิกถอนพื้นที่ประกาศทับซ้อน 28,770 ไร่ ให้แก่ราษฎรที่อาศัย และทำกินมาก่อนการประกาศของอุทยานฯหนังสือดังกล่าวระบุ
      
       ต่อมาเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ที่ห้องชั้น 4 สำนักงานสภาทนายความ ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ชาวบ้านเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด จากจังหวัดตรัง พัทลุง และประจวบคีรีขันธ์ เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น จังหวัดสุราษฎร์ธานี และชาวบ้านผู้ประสบปัญหาเรื่องที่ดินจากจังหวัดราชบุรี ประมาณ 60 คน ได้เดินทางไปพบ นายวสันต์ พานิช ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ
      
       เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัดได้ยื่นหนังสือร้องเรียนเรื่อง เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ละเมิดสิทธิชุมชน และหามาตรการคุ้มครองพื้นที่การดำเนินการโฉนดชุมชนต่อ นายวสันต์ พานิช ขณะที่เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ยื่นร้องเรียนเรื่องขอร้องเรียนให้แก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ซึ่งอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นประกาศทับซ้อนที่ดินทำกินราษฎรต่อนายวสันต์ พานิช โดยหนังสือร้องเรียนมีเนื้อหาเดียวกันกับที่ยื่นต่อนายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ
      
       นายบุญ แซ่จุ่ง ผู้ประสานงานเครือข่ายปฏิรูปเทือกเขาบรรทัด เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 25 เมษายน 2555 ชาวบ้านเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด จากจังหวัดตรัง พัทลุง และประจวบคีรีขันธ์ เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น จังหวัดสุราษฎร์ธานี และชาวบ้านผู้ประสบปัญหาเรื่องที่ดินจากจังหวัดราชบุรี จะเดินทางไปที่รัฐสภา เพื่อเข้าพบ และยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบถึงกรณีที่เกิดขึ้น
      
       “กรณีที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกหนังสือเลขที่ นร 0118/1699 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2555 เรื่องขอให้ชะลอการทำลาย หรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งอื่นใดที่ไม่ผิดไปจากสภาพเดิมในเขตอุทยาน แห่งชาติเขาปู่-เขาย่า ลงลายมือชื่อโดย นายจำรัส ศักดิ์จิรพาพงษ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ถือว่าอยู่ในรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ทำไมถึงไม่สามารถใช้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ ทำเป็นไม่ใส่ใจ หรือไม่มีอำนาจสั่งการ ทั้งที่เคยประกาศนโยบายโฉนดชุมชนเอาไว้ด้วยนายบุญ กล่าว
      
       สำหรับหนังสือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขที่ นร 0118/1699 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2555 เรื่องขอให้ชะลอการทำลาย หรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งอื่นใดที่ผิดไปจากสภาพเดิมในเขตอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เรียนนายวิลาส สังข์ช่วย ประธานกรรมการชุมชนบ้านหาดสูง ลงลายมือชื่อโดยนายจำรัส ศักดิ์จิรพาพงษ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตามที่ชุมชนบ้านหาดสูง ได้ยื่นคำขอดำเนินงานโฉนดชุมชน และขอให้ชะลอการทำลาย หรือรื้อถอนสะพานข้ามคลอง และพืชผลอาสินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า ลงวันที่ 19 มกราคม 2555 ตามรายละเอียดแจ้งแล้วนั้น
      
       หนังสือดังกล่าว ระบุว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยสำนักงานโฉนดชุมชน ได้ตรวจสอบคำขอ และเอกสารหลักฐานประกอบคำขอในเบื้องต้นแล้ว เห็นสมควรขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมตามประกาศคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้ มีโฉนดชุมชน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินงานโฉนดชุมชน พ.ศ.2553 เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการ ดังนี้
      
       1.เอกสารหลักฐานการเข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินไม่น้อยกว่า 3 ปีก่อนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ.2553 ใช้บังคับ 2.เอกสารแผนที่ที่มีขอบเขตชัดเจน โดยแสดงค่าพิกัดระวางแผนที่ด้วย 3.แนวทางการร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม 4.เอกสารรับรองคุณสมบัติของคณะกรรมการชุมชน
      
       “สำหรับกรณีขอให้ชะลอการทำลาย หรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งอื่นใดที่ผิดไปจากสภาพเดิมในเขตอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่ และตามนัยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ.2553 ต่อไปแล้ว จึงเรียนมาเพื่อทราบ และดำเนินการจัดส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมดังกล่าวให้แก่สำนักงานปลัดสำนัก นายกรัฐมนตรี ภายในวันที่ 10 เมษายน 2555 ด้วยจักขอบคุณมากหนังสือดังกล่าว ระบุ
      
       ทว่ากลับมี บันทึกข้อความของสำนักอุทยาน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เลขที่ ทส 0910503/5211 ลงวันที่ 26 มีนาคม 2555 ลงนามโดยนายเริงชัย ประยูรเวช รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เรื่อง ให้เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ออกไปดำเนินการติดตามและเร่งรัดการสำรวจ จัดตั้ง ขยายเขต หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติ การบังคับใช้กฏหมายในอุทยานแห่งชาติ ตรวจสอบการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการอนุญาตการใช้ประโยชน์ในอุทยานแห่งชาติ และติดตามโครงการ หรือแผนงานเพื่อพัฒนาการจัดการอุทยานแห่งชาติอย่างมีส่วนร่วม
      
       เรียน รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทุกท่าน ผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทุกท่าน ผู้อำนวยการสำนักทุกสำนัก ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 ผู้อำนวยการกองทุกกอง ผู้อำนวยการสำนักงานผู้ตรวจราชการกรม หัวหน้ากลุ่มตรวจสอบภายใน หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบบริหาร
      
       “กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขอส่งสำเนาคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่ 562/2555 ลงวันที่ 26 มีนาคม 2555 เรื่องให้เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ออกไปดำเนินการติดตาม และเร่งรัดการสำรวจ จัดตั้ง ขยายเขต หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติ การบังคับใช้กฏหมายในอุทยานแห่งชาติ ตรวจสอบการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการอนุญาตการใช้ประโยชน์ในอุทยานแห่งชาติ และติดตามโครงการหรือแผนงานเพื่อพัฒนาการจัดการอุทยานแห่งชาติอย่างมีส่วน ร่วม มาเพื่อทราบ และให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และให้ความร่วมมือตามสมควร สำหรับสำนักอุทยานแห่งชาติให้แจ้งผู้มีรายชื่อในคำสั่งทราบและปฏิบัติต่อไปบันทึกข้อความดังกล่าว ระบุ
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

การท่องเที่ยวและกีฬาเสนอให้ ศอ.บต.ลดหย่อนภาษีทุกชนิดฟื้นเมืองหาดใหญ่


คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ตรวจสภาพความเสียหายด้านการท่องเที่ยวของ อ.หาดใหญ่ หลังเกิดเหตุระเบิด เสนอ ศอ.บต. ให้มีการทำประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่นักท่องเที่ยวที่ประสบภัยจาก เหตุก่อการร้าย รายละ 10 ล้านบาท มาตรการลดหย่อนด้านภาษี ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ภาษีนิติบุคคล และประกันสังคม เป็นต้น
      
       วันที่ 24 เม.ย.55 ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา นางอัญชลี วานิช เทพบุตรกรรมาธิการที่ปรึกษาและประธานคณะอนุกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวละกีฬา สภาผู้แทนราษฎรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดสงขลา เพื่อศึกษาสภาพข้อเท็จจริงในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดเหตุระเบิดเมื่อ ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมี นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมกว่า 20 คน
      
       นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ผลกระทบจากเหตุระเบิดโรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า หาดใหญ่ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจังหวัดสงขลาไม่มากนัก เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจพึ่งพาภาคเกษตร และอุตสาหกรรมเป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจโรงแรมมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 2.6 ของ GRP สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นด้านการท่องเที่ยว ช่วงเทศกาลสงกรานต์เดือนเมษายน สูญเสียรายได้ประมาณ 800 ล้านบาท หากผลกระทบที่เกิดขึ้นประมาณ 3 เดือน จะสูญเสียรายได้ประมาณ 1,500 ล้านบาท แต่หากธุรกิจฟื้นตัวนานถึง 6 เดือน จะสูญเสียรายได้ประมาณ 2,600 ล้านบาท
      
       ด้านการฟื้นฟูความเชื่อมั่น ด้วยการจัดตั้งจุดตรวจทางเข้าออกเมืองหาดใหญ่ สงขลา และสะเดา การบูรณาการใช้ประโยชน์กล้องโทรทัศน์วงจรปิด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญ มาประจำที่ศูนย์ และขอความร่วมมือภาคเอกชนให้ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพิ่มเติม และการจัดหาเครื่องตรวจโลหะประจำทางเข้า-ออก เพื่อสร้างความมั่นใจในศักยภาพการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน จังหวัดสงขลาจึงมีมาตรการเพื่อการท่องเที่ยวทั้งระยะสั้น และระยะยาว
      
       เช่น จังหวัดสงขลาได้เสนอต่อ ศอ.บต. เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจตามข้อเสนอของหอการค้า โดยให้มีการทำประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่นักท่องเที่ยวที่ประสบภัย จากเหตุก่อการร้าย รายละ 10 ล้านบาท มาตรการลดหย่อนด้านภาษี ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ภาษีนิติบุคคล และประกันสังคม เป็นต้น
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

สงขลามอบเงินเยียวยาด้านทรัพย์สินให้เหยื่อระเบิดลีการ์เดนส์


จังหวัดสงขลา มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเพื่อช่วยเหลือด้านทรัพย์สิน กรณีรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย จากเหตุการณ์ระเบิดห้างลีการ์เดนส์ เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
      
       วันที่ 24 เม.ย.55 ที่ศาลาประชาคมที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายเสรี พาณิชย์กุล นายอำเภอหาดใหญ่ มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทรัพย์สินเสียหายจากเหตุระเบิด โรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า ประเภทรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ที่ได้รับความเสียหายบางส่วน และเสียหายทั้งคัน ซึ่งได้ผ่านการพิจารณา และอนุมัติการเบิกจ่ายเงินจากคณะกรรมการเยียวยาจังหวัด
      
       แบ่งเป็นรถยนต์ที่เสียหายบางส่วน 45 คัน และเสียหายทั้งคันจำนวน 25 คัน รวมเป็นเงิน 15,822,938 บาท ส่วนรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายบางส่วนจำนวน 23 คัน คิดเป็นเงิน 108,611 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 15,931,549 บาท
      
       นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์ของนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ จำนวน 3 คัน ที่ทางคณะกรรมการเยียวยาจังหวัด ยังไม่สามารถอนุมัติเงินเบิกจ่ายให้ได้ เนื่องจากราคาการประเมินต้องประเมินยังประเทศสิงคโปร์
      
       สำหรับทางด้านผู้ประกอบการร้านค้าที่ได้ผลกระทบจากเหตุระเบิดเข้ามา ยื่นเรื่องขอเงินชดเชยแล้วจำนวน 165 ราย และคณะกรรมการเยียวยาจังหวัดได้พิจารณา และอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาแล้วจำนวน 24 ราย ส่วนที่เหลือยังต้องรอตรวจสอบเอกสารและหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

สงขลากำหนดยื่นค้าน “ทุนครูสอนดี” 23 เม.ย.-16 พ.ค.


จังหวัดสงขลา กำหนดยื่นคำทักท้วงผลการคัดเลือกครูเพื่อรับทุนครูสอนดีระหว่างวันที่ 23 เมษายน-16 พฤษภาคม 2555 เพื่อความโปร่งใสในการคัดเลือก
      
       นายสัญญา ณ พิบูลย์ ประธานกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการจัดทำแผนปฏิรูปประเทศไทยเพื่ออนาคตคนไทยที่เท่าเทียมและเป็นธรรมในประเด็นที่ 1 การสร้างอนาคตของชาติด้วยการพัฒนาคน เด็กและเยาวชน กำหนดให้จัดทำโครงการสังคมร่วมกันคืนครูดีให้ศิษย์ เชิดชู ยกย่อง ครูสอนดี และคณะกรรมการ สสค. ได้มีมติรับรองรายชื่อผู้สมควรได้รับการยกย่องเป็นครูสอนดี และผู้สมควรได้ทุนครูสอนดี ขั้นตอนแรก ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2555
      
       เพื่อให้การคัดเลือกครูผู้รับทุนครูสอนดีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ จึงได้กำหนดเวลา และสถานที่ยื่นคำทักท้วงผลการคัดเลือกครูผู้รับทุนครูสอนดี หากผู้ใดประสงค์จะยื่นคำทักท้วงผลการคัดเลือกครูเพื่อรับทุนครูสอนดีสามารถ ยื่นแบบทักท้วงได้ที่ กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (ชั้น 3) องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เลขที่ 900 หมู่ที่ 2 ถนนสงขลาระโนด ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 23 เมษายน-16 พฤษภาคม 2555 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โทร. 0-7430-3151-2 โทรสาร 0-7430-3153
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

ชาวสงขลาแสดงมุทิตาจิตรดน้ำขอพร “ศิลปินแห่งชาติ”


จังหวัดสงขลา จัดงานแสดงมุทิตาจิตรดน้ำขอพรศิลปินแห่งชาติ ศิลปินดีเด่น และผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา ประจำปี 2555
      
       วันที่ 24 เม.ย.55 ที่ห้องประชุมแกรนด์ฮอลล์ โรงแรมวีว่า อ.เมือง จ.สงขลา นายสุรพล พนัสอำพล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานงานแสดงมุทิตาจิตศิลปินแห่งชาติ ศิลปินดีเด่น และผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา ประจำปี 2555
      
       นายสุรพล พนัสอำพล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การจัดงานแสดงมุทิตาจิตในวันนี้ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ ศิลปินดีเด่น และผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา ให้มีขวัญกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะและวัฒนธรรมออกสู่สายตา สาธารณชน อันเป็นการสร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดและประเทศชาติ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า ศิลปินทุกท่านล้วนเป็นบุคคลผู้สร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะ และผลงานด้านวัฒนธรรมอันล้ำค่าให้ปรากฏออกสู่สาธารณชนอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการอนุรักษ์และถ่ายทอดผลงานให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป นอกจากนั้น ยังเป็นผู้อุทิศตนเองในการช่วยเหลือหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่อเนื่อง ซึ่งศิลปินแห่งชาติ ศิลปินดีเด่น และผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรมทุกท่าน เป็นความภาคภูมิใจของชาวสงขลา ควรค่าแก่การยกย่องเชิดชูประกาศเกียรติคุณให้ได้รับการจารึกไว้ในประวัติ ศาสตร์ท้องถิ่นและประเทศชาติสืบไป
      
       สำหรับกิจกรรมภายในงานวันนี้ นายสุรพล พนัสอำพล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ร่วมรดน้ำขอพรศิลปินแห่งชาติ ศิลปินดีเด่น และผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา โดยมีศิลปินแห่งชาติเข้าร่วมงานแสดงมุทิตาจิตจำนวน 29 คน เช่น นายควน ทวนยก ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยพื้นบ้าน), นายธนกร บุญรัตน์ นายมูฮำมัด โรจนอุดมศาสตร์ ศิลปินดีเด่น สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม), นายประภัทร์ เดชะมาก ศิลปินดีเด่น สาขาทัศนศิลป์ (ประยุกต์ศิลป์) เป็นต้น
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

ตร.หาดใหญ่รวบ “แฝดนรก” แก๊งชิงทรัพย์นักเรียน


ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รวบสองโจรฝาแฝด ฉายา แฝดนรกแก๊งชิงทรัพย์นักเรียนตามโรงเรียน และสถาบันกวดวิชาต่างๆ ใน อ.หาดใหญ่ คุมตัวแถลง และทำแผนที่จุดเกิดเหตุ พบแฝดผู้พี่เป็นอาสาสมัครตำรวจชุดเหยี่ยวดำของ สภ.หาดใหญ่
      
       เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 24 เม.ย.55 พล.ต.ต.ชินทัต มีสุข รอง ผบช. ภาค 9 พ.ต.อ.ศุภวัฒน์ ทับเคลียว รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.เอกณรงค์ สวัสดิกานนท์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ธรรมรัตน์ เพชรหนองชุม รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ภูวดล อาบทิพย์ สว.สส. และ พ.ต.ต.มาชา แก้วทอง สว.สส.ฯ ควบคุมตัวสองผู้ต้องหาคือ นายเอกชิต ศิริพันธ์ หรือเบล อายุ 21 ปี (เสื้อน้ำตาล) และนายเอกชัช ศิริพันธ์ หรือบูม อายุ 21 ปี (เสื้อน้ำเงิน) สองพี่น้องฝาแฝด ฉายา แฝดนรกแก๊งชิงทรัพย์นักเรียนตามหน้าโรงเรียน และสถาบันกวดวิชาต่างๆ ใน อ.หาดใหญ่ ที่ตำรวจพยายามติดตามจับกุมมานาน เนื่องจากได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง และอาจารย์มาตลอด จากการที่นักเรียนถูกชิงทรัพย์ มาแถลงข่าว และทำแผนยังจุดเกิดเหตุบริเวณถนนเลียบคลอง ข้างโรงเรียนธิดานุเคราะห์ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่
           พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ซูซูกิ รุ่นสเต็ป สีขาว-ดำ ทะเบียน งฉน 345 สงขลา โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และกรรไกรขาเดียวที่ใช้จี้ชิงทรัพย์เหยื่อ และควบคุมตัวมาแถลงข่าวที่บริเวณถนนเลียบคลอง ข้างโรงเรียนธิดานุเคราะห์ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทั้งสองคนมักจะเลือกลงมือชิงทรัพย์นักเรียน พร้อมกับผู้ต้องหาอีกสองคนที่รับซื้อโทรศัพท์ที่ขโมยมา คือ นายเอกชัย ศิริพันธุ์ หรือบอย อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของสองพี่น้องฝาแฝด และเยาวชนอายุ 17 ปีอีก 1 คน
           จากการสอบสวนสองพี่น้องฝาแฝด รับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์นักเรียนมาแล้ว 7 ครั้ง ได้ทั้งโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โดยเส้นทางที่มักจะลงมือก่อเหตุคือ ถนนเลียบคลองข้างโรงเรียนธิดานุเคราะห์ เนื่องจากเป็นที่เปลี่ยว วิธีการลงมือจะขับรถจักรยานยนต์ตระเวนหาเด็กนักเรียนทั้งชาย และหญิงที่เดินกันมาตามลำพัง 1-2 คน และขับรถประกบ ก่อนที่จะใช้กรรไกรขาเดียวเหน็บไว้ที่เอวข่มขู่ว่าเป็นปืน และจะยิงทิ้งหากขัดขืนโดยให้เหยื่อส่งทรัพย์สินให้ ซึ่งสำเร็จทุกครั้งที่ลงมือ เพราะนักเรียนจะกลัวและส่งทรัพย์สินให้โดยดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโทรศัพท์แบล็กเบอรี่ที่วัยรุ่นนิยมใช้กัน
      
       แต่มาพลาดท่า หลังจากที่เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์นักเรียนชายสองคน ขณะเดินอยู่ที่ถนนเลียบคลองข้างโรงเรียนธิดานุเคราะห์ เพื่อไปเรียนพิเศษได้โทรศัพท์มือถือไปสองเครื่อง แต่ปรากฏว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์ และใบหน้าทั้งสองคนไว้ได้อย่างชัดเจน และเมื่อตำรวจชุดสืบสวนนำภาพมาเปรียบเทียบกับคนร้ายที่เคยทำประวัติเอาไว้ก็ พบว่า ตรงกับสองพี่น้องฝาแฝด และผู้เสียหายจดจำใบหน้า และยืนยันได้ชัดเจน จึงได้ติดตามไปจับกุมได้ที่บ้านพักในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งทั้งสองคนยอมรับสารภาพ และบอกว่าเงินที่ได้จากการชิงทรัพย์จะนำไปเที่ยว และซื้อยาเสพติดมาเสพ เมื่อเงินหมดก็จะร่วมกันออกตระเวนชิงทรัพย์ทำแบบนี้เรื่อยมาถึง 7 ครั้ง
           อย่างไรก็ตาม ยังพบว่า นายเอกชิต หรือเบล แฝดผู้พี่ยังเป็นอาสาสมัครตำรวจของ สภ.หาดใหญ่ ชุดเหยี่ยวดำอีกด้วย โดยทำหน้าที่จับกุมรถซิ่ง และมักจะสวมรอยข่มขู่แก๊งรถซิ่ง หรือวัยรุ่นที่ดักจับได้เพื่อขอเงิน และทรัพย์เพื่อแลกกับการไม่นำตัวส่งตำรวจ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาสองพี่น้องฝาแฝดร่วมกันชิงทรัพย์ผู้อื่น โดยมี และใช้อาวุธ และใช้ยานพาหนะในการกระทำผิด ฯ
      
       ทั้งนี้ ระหว่างการแถลงข่าว และทำแผน ได้มีประชาชนและผู้ปกครองของนักเรียนที่ถูกชิงทรัพย์มาดูผู้ต้องหาทั้งสองคน ขณะเดียวกัน ทางอาจารย์ของโรงเรียนแสงทองวิทยา ซึ่งนักเรียนเคยตกเป็นเหยื่อได้นำดอกไม้มามอบให้แก่ตำรวจเพื่อเป็นกำลังใจ ด้วย
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

สำเร็จ! นกแก้วมาคอว์ฟักสมาชิกใหม่ 2 ตัว ให้สวนสัตว์สงขลา


สวนสัตว์สงขลาประสบความสำเร็จเพาะขยายพันธุ์นกแก้วมาคอว์ บลู แอนด์ เยลโล่ โดยได้สมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 ตัว เป็นลูกนกมาคอว์เพศผู้และเพศเมีย ที่เพาะฟักได้เอง มาคอว์ เป็นนกแก้วขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สนนราคาขายกันในตลาด ตัวละ 3-4 แสนบาท ส่วนลูกนกขายตัวละ 3-4 หมื่นบาท
           นายเฉลิมวุฒิ เกษตรสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา เปิดเผยว่า สวนสัตว์สงขลาประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์นกแก้วมาคอว์ บลู แอนด์ เยลโล่ โดยได้สมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก 2 ตัว เป็นลูกนกมาคอว์เพศผู้และเพศเมีย ที่ทางสวนสัตว์สงขลา เพาะฟักได้เอง ซึ่งขณะนี้ อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่สวนสัตว์สงขลาอย่างใกล้ชิด หลังจากที่แม่นกมาคอว์ใช้เวลาในการฟักไข่ 26 วัน คนเลี้ยงนกจะคอยดูแลให้อาหารนกที่เป็นอาหารสำเร็จรูป โดยบดอาหารใส่ลงในสลิง และต่อสายยางป้อนเข้าไปในปากนกแทนการให้อาหารจากแม่นกตามธรรมชาติ เนื่องจากในช่วงนี้ นกยังไม่สามารถบิน และหาอาหารกินได้เอง ขณะนี้ลูกนกแก้วมาคอว์ บลู แอนด์ เยลโล่ สมาชิกใหม่ทั้งสองตัว อายุประมาณ 45 วัน
            นกแก้วมาคอว์ บลู แอนด์ เยลโล่ สีน้ำเงินแกมเหลือง ถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในทวีปอเมริกา คอหอยมีสีฟ้าแกมเขียว อกสีเหลืองสด เป็นมาคอว์ที่ในไทยมีความนิยมสูง ลำตัวประมาณ 3 ฟุต นกแก้วมาคอว์ ถือเป็นนกแก้วที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีสีสันสวยงาม มีเสียงร้องที่ดังมาก ปากจะใหญ่เป็นพิเศษ เหนือปากด้านบนจะมีสีขาวเส้นเล็กๆ คาดระหว่างปากกับหัว บนหัวมีขนสีเขียวสด และสีฟ้า ดวงตามีขนเป็นลายเส้นดำ 4-5 เส้น ขนบริเวณคอจนถึงหน้าอกเป็นสีเหลืองเข้มและขนหางมีสีแดงสด ขาสั้นใหญ่ แข็งแรง ขนที่ปีกบางทีก็เป็นสีฟ้า และสีเหลือง หรือสีเขียว
           สำหรับอาหารของมาคอว์ ชอบกินอาหารจำพวกผลไม้ทั่วๆ ไป และเมล็ดทานตะวัน ชอบอยู่กันเป็นฝูง รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ส่งเสียงดัง ในฤดูผสมพันธุ์จะจับคู่กัน แบบคู่ใครคู่มันและไปสร้างรังตามต้นไม้ใหญ่เพื่อวางไข่ วางไข่ครั้งละ 3–4 ฟอง ใช้เวลาฟักไข่ 30–35 วัน ขนของลูกนกจะขึ้นหลังจาก 3 สัปดาห์ และขึ้นจนเต็มตัว และมีสีสันสวยงาม ลูกนกจะแข็งแรงเต็มที่เมื่ออายุสามเดือน ในระหว่างที่ยังเล็กต้องอาศัยอาหารจากแม่นกที่นำมาป้อน โดยจะใช้ปากจิกกินอาหารจากปากแม่ของมัน จนกระทั่งลูกนกสามารถช่วยตนเองได้ และในที่สุดมันก็จะบิน และหาอาหารเองโดยไม่ต้องอาศัยพ่อแม่ของมัน
           นกแก้วมาคอว์ จัดเป็นนกที่สามารถฝึกให้เชื่อง เป็นนกที่มีความจำดี มาคอว์ ที่ได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดีจะสนิทสนมกับผู้เลี้ยง หากผู้เลี้ยงห่างเหินนกมาคอว์ จะโศกเศร้าแสดงอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจน ดังนั้น คนที่เลี้ยงนกมาคอว์ จะให้ความสนใจ และดูแลอย่างใกล้ชิด นกแก้วมาคอว์ เป็นนกที่มีขนาดใหญ่มาก มีปากที่แหลมคม ประสาทตาไวมาก มีความฉลาด และน่ารักในตัวของมันเอง เป็นนกที่เชื่องมาก หากเจ้าของเอาใจใส่มัน มันก็จะรักเราเหมือนที่เรารักมัน
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

เสร็จแล้ว! ท่าแพขนานยนต์สงขลางบ 12.5 ล.


ท่าแพขนานยนต์ฝั่งหัวเขาแดง โฉมใหม่ งบ 12.5 ล้านบาทสร้างเสร็จแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับภูมิทัศน์ อบจ.จังหวัดสงขลาเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้ พบรวดเร็วและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นหลังทรุดโทรมมาเป็นเวลานาน
      
       วันที่ 23 เม.ย.55 นายอุทิศ ชูช่วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า การก่อสร้างปรับปรุงท่าแพขนานยนต์ฝั่งหัวเขาแดง อ.สิงหนคร ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ขณะนี้การก่อสร้างได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยใช้งบประมาณ 12.5 ล้านบาท โดยได้เปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้แล้ว และเตรียมเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2555 นี้ หลังจากทำการปรับภูมิทัศน์เสร็จแล้ว
      
       จากการเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้ พบว่า ประชาชนได้รับความสะดวกและเดินทางได้รวดเร็วขึ้น รถไม่ติดขัดเหมือนที่ผ่านมา โดยมีแพขนานยนต์บริการข้ามฟากด้วยความรวดเร็วจำนวน 3 ลำ ทำให้มีรถยนต์เข้ามาใช้แพขนานยนต์เพิ่มมากขึ้น โดยไม่ต้องขับรถไปทางสะพานติณสูลานนท์เข้าตัวเมืองสงขลา ระยะทาง 25 กิโลเมตร ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และต้องใช้เวลาประมาณ 20-25 นาที หากข้ามแพขนานยนต์จะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เสียค่าแพ 20 บาท สำหรับรถยนต์เก๋ง
      
       สำหรับการปรับปรุงท่าแพขนานยนต์ฝั่งหัวเขาแดง อ.สิงหนคร ในครั้งนี้ ได้ก่อสร้างขยายถนนเพิ่มขึ้นอีก 1 เลน ทำเป็นสะพานคู่ขนานกับถนนเดิมเพื่อไม่ให้การจราจรแออัดบริเวณทางเข้าท่าแพ ขนานยนต์ และซ่อมแซมท่าเทียบแพขนานยนต์ที่ชำรุดทรุดโทรมทั้ง 2 ท่า ให้อยู่ในสภาพทนทาน แข็งแรงกว่าเดิม และสามารถใช้ท่าเทียบแพได้ทั้งสองท่า
      
       ส่วนอาคารจะทำการปรับปรุงอาคารขายตั๋ว ห้องน้ำห้องส้วมสาธารณะ และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณท่าแพขนานยนต์ให้ดูสวยงาม ส่วนอาคารอื่นๆ คงไม่มีความจำเป็น เนื่องจากอาคารท่าแพขนานยนต์ฝั่งอำเภอเมืองสงขลา มีอาคารสำนักงานที่สมบูรณ์อยู่แล้ว
      
       สำหรับแพขนานยนต์สงขลา ทาง อบจ.สงขลา ได้รับโอนกิจการบริหารมาจากองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) เมื่อปี 2549 ที่ผ่านมา สมัยที่นายนวพล บุญญามณี เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้ทุ่มงบประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อพลิกโฉมปรับปรุงแพขนานยนต์ และสร้างอาคารท่าแพขนานยนต์ฝั่งเมืองสงขลาใหม่ทั้งหมด เป็นอาคารที่ทันสมัย พร้อมปรับภูมิทัศน์แวดล้อม เป็นท่าแพขนานยนต์ที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2555

“มิดไนต์สงกรานต์หาดใหญ่” คึกคัก ประเดิมวันแรกแผ่นดินสะเทือน

งานหาดใหญ่มิดไนต์สงกรานต์ เริ่มแล้วเป็นวันแรก มีการประกอบพิธีรับเทียมดา หรือพิธีรับส่งเทวดาประเพณีโบราณของชาวใต้เอาฤกษ์เอาชัยวันสงกรานต์ หลังผ่านแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว
      
       ค่ำวันที่ 11 เม.ย.55 งานหาดใหญ่มิดไนต์สงกรานต์ของ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยมีการประกอบพิธีรับเทียมดา หรือ พิธีรับส่งเทวดาประเพณีโบราณของชาวใต้ขึ้นที่บริเวณถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ใจกลางเมืองหาดใหญ่ เพื่อเบิกฤกษ์วันสงกรานต์ด้วยความสิริมงคลหลังจากที่เกิดเหตุร้ายขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมารวมทั้งในช่วงเย็นของวันนี้ ซึ่งเกิดแผ่นดินไหว
      
       โดยบรรยากาศในวันแรกเป็นไปอย่างคึกคักมีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวหาดใหญ่และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และ สิงคโปร์ เข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีการออกร้านจำหน่ายอาหารตลอดบริเวณสถานที่จัดงานทั้งถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ถนนเสน่หานุสรณ์ ถนนชีอุทิศและถนนธรรมนูญวิถี พร้อมกับปิดถนนทั้งสี่สายเพื่อให้นักท่องเที่ยว ได้เดินชมงานท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่ประจำจุดทั่ว ทั้งบริเวณงานโดยงานหาดใหญ่มิดไนต์สงกรานต์จะมีไปจนถึงวันที่ 13 เมษายนนี้
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2555

“วิทยา” ชี้ กฟผ.ทำชุมชนแตกแยก เดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าหัวไทร

นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.ปชป.นครศรีฯ เผย ไฟฟ้าถ่านหินผิดข้อตกลง กมธ.พลังงานอัดทำชุมชนแตกแยก ด้าน กฟผ.ไม่สนเดินหน้าเตรียมประกาศสร้างโรงแรก หัวไทรอย่างเป็นทางการปี 56
      
       ความเคลื่อนไหวในการเตรียมการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินของการ ไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตามแผนพัฒนาพลังงาน 2010 เป็นโรงแรกขนาด 800 เมกะวัตต์ ที่ อ.หัวไทร ยังคงเป็นปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างชุมชนที่ต้องการดำเนินวิถีชีวิตเป็นแบบพึ่งพาอาศัยระหว่างคนกับ ธรรมชาติ และหวั่นเกรงถึงผลกระทบอย่างกว้างขวางที่จะตามมากับโรงไฟฟ้า โดยมีตัวอย่างจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และโรงไฟฟ้ามาบตาพุด เป็นตัวอย่างที่ กฟผ.ไม่สามารถควบคุมได้
      
       ล่าสุด วันที่ 10 เม.ย.55 นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า กรรมาธิการพลังงานสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มาให้ข้อมูล เมื่อช่วงกลางปี 2554 และปรากฏว่า ได้มีการส่งตัวแทนมาให้ข้อมูล และในครั้งนั้นได้มีการทำข้อตกลงกันว่า ให้ กฟผ.ยุติความเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างเด็ดขาด จนกว่าจะมีการทำประชาพิจารณ์กันทั้งประเทศ เพื่อหาข้อยุติในการจัดการทิศทางพลังงานของประเทศไทย จะใช้พลังงานหมุนเวียน พลังงานทางเลือก จะเอา หรือไม่เอาถ่านหิน จะเอา หรือไม่เอานิวเคลียร์อย่างไร เมื่อนั้นจะได้เร่งดำเนินการไปตามทิศทางที่ต้องการ
      
       “กฟผ.จะต้องยุติจนกว่าจะทำประชาพิจารณ์ แต่กลับส่งคนมาเคลื่อนไหวถือว่าผิดข้อตกลง เมื่อประชาชนไม่ให้โรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นแน่ ประชาชนเขากำลังติดตามจำนวนมาก ขณะที่ กฟผ.ใช้งบประมาณจนเกิดความขัดแย้ง ขอร้องให้ยุติไปก่อนอย่างเด็ดขาดในขณะนี้ส.ส.นครศรีธรรมราชกล่าว
      
       ด้านความเคลื่อนไหวจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรายหนึ่งเปิดเผยว่า ขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขึ้นโรงแรกให้ได้ก่อน และจะประกาศการก่อสร้างอย่างเป็นทางการใน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ราวช่วงกลางปี 2556 นี้ หลังจากนั้น จะดำเนินการตามขั้นตอนการก่อสร้างทันที
      
       “เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในพื้นที่รายงานมายังผู้บริหารว่า สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหามวลชนได้หมดแล้ว และอ้างว่า การรวมตัวทำกิจกรรมของเครือข่ายรักษ์บ้านเกิดลุ่มน้ำปากพนัง เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นเวทีสุดท้ายแล้ว เนื่องจากแกนนำได้เปลี่ยนใจหันมาสนับสนุน กฟผ.แทน ส่วนวิธีการใดนั้นไม่ต้องพูดถึง ทุกอย่างในพื้นที่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด มวลชนที่มารวมตัวกันนั้นคิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาแหล่งข่าวรายนี้กล่าว
      
       แหล่งข่าวรายเดิมยังกล่าวต่อว่า ในแผนของการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้นั้น ขณะนี้ก้าวหน้าไปมาก ทุกพื้นที่ได้เร่งลงไปดำเนินการ เช่น ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ตรัง จ.กระบี่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.ชุมพร โดยเฉพาะ จ.ชุมพร นั้น ขณะนี้กำลังพิจารณาอาจเปลี่ยนแผนจากโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกับชายทะเล เนื่องจากมีการสำรวจความมั่นคงทางธรณีวิทยาเรียบร้อยแล้ว ส่วนใน จ.ประจวบคีรีขันธ์นั้น กำลังทำแผนลงพื้นที่ดำเนินการใหม่
      
       ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนของมวลชนที่มีการรวมตัวแสดงการต่อต้านคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้า พลังงานถ่านหินใน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช นั้น ได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อวันที่ 7 เม.ย.55 ที่ผ่านมานั้น มีการรวมตัวกันครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนใน อ.หัวไทร โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนชาวประมงชายฝั่ง ที่อาศัยทำมาหากินอยู่ตลอดแนวชายฝั่ง อ.หัวไทร ไปจนถึง อ.ระโนด อ.สทิงพระ จ.สงขลา ซึ่งเป็นรอยต่อกับ อ.หัวไทร ต่างมารวมตัวกันพร้อมร่วมทำกิจกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ระโนด และ อ.สทิงพระ นั้น เป็นพื้นที่ของการเตรียมการก่อสร้างโรงงานถลุงเหล็กรองรับทันทีหากมีโรง ไฟฟ้าเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นต้นธารของอุตสาหกรรมหนักชุดแรก
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

เครือข่ายปฏิรูปที่ดินตรังดีเดย์ 10 เม.ย. เคลื่อนไหวทั้งจังหวัดทวงคืนที่ดิน

เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด เตรียมรณรงค์แจกแถลงการณ์ประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และปลุกมวลชนคนอยู่กับป่าในทุกอำเภอของจังหวัดตรัง พร้อมยื่นหนังสือ 4 ข้อเรียกร้องถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง
      
       สืบเนื่องจากสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด จ.ตรัง ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า นำกำลังเข้าไปตัดฟันสวนยางพาราในพื้นที่โฉนดชุมชนบ้านทับเขือ-ปลักหมู และรื้อสะพานเข้าพื้นที่โฉนดชุมชนบ้านหาดสูง
      
       วันที่ 9 เม.ย.55 ที่มูลนิธิอันดามัน เลขที่ 35/10 หมู่ที่ 4 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง นางกันยา ปันกิติ พร้อมด้วย นายสมนึก พุฒนวล และกรรมการเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด ประมาณ 20 คน ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น และทิศทางการขับเคลื่อนของเครือข่าย
      
       นางกันยา ปันกิติ กรรมการเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด กล่าวว่า จากที่มีกระแสข่าวว่า ชาวบ้านใช้ความรุนแรงขัดขืนการปราบปรามของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย กรณีบ้านหาดสูง พี่น้องได้กราบวิงวอนร้องขอ เหมือนคนไม่มีทางสู้ แต่ในที่สุด ก็ถูกฟันทำลายสะพานเข้าหมู่บ้านโดยไม่มีความปรานี ทั้งๆ ที่สำนักงานโฉนดชุมชน สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ชะลอการรื้อถอนสะพาน และส่งข้อมูลไปให้สำนักงานโฉนดชุมชนภายในวันที่ 10 เม.ย. แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ปฏิบัติตาม
      
       “นอกจากนั้น มีข่าวว่าเร็วๆ นี้ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด จะนำกำลังประมาณ 200-300 คน จะเข้าไปรื้อถอนสวนยางพาราที่บ้านตระ การกระทำเหล่านี้ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม รัฐบาลปล่อยปละละเลยให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้มารังแกคนจนที่อยู่อาศัยในชุมชน ดั้งเดิมได้อย่างไร แสดงว่า รัฐบาลไม่ได้ปรองดองกับชาวบ้าน ไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบายการรับรองสิทธิชุมชน ตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และคนไทย ขอให้สังคมร่วมกันตรวจสอบการกระทำของรัฐบาล และกรมอุทยานฯ ด้วยนางกันยา กล่าว
      
       ด้านนายสมนึก พุฒนวล กรรมการเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น ทางเครือข่ายฯ มีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ คือ 1.ให้รัฐบาลสานต่อนโยบายโฉนดชุมชน โดยให้คุ้มครองพื้นที่ และรับรองสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร 2.ให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ หยุดการกระทำที่ป่าเถื่อนและแอบแฝงทุจริต และหันกลับมาทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นในการดูแลรักษาป่า 3.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กำกับหน่วยงานป่าไม้และหน่วยงานอื่น เพื่อให้เกิดการปราบปรามผู้บุกรุกป่าตัวจริง และยุติการกลั่นแกล้ง ข่มขู่คุกคามดำเนินคดีในพื้นที่ชุมชนดั้งเดิม 4.ให้สังคมร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง และขอบเขตการใช้อำนาจรัฐของกรมอุทยานฯ
      
       นายสมนึก กล่าวต่อไปว่า ทางเครือข่ายฯ มีกำหนดจะเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 10 เม.ย. จะเคลื่อนขบวนรณรงค์ออกแจกแถลงการณ์ในพื้นที่อำเภอเมืองตรัง คาดว่า จะมีสมาชิกเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 200 คน ซึ่งจะมีทั้งขบวนรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ทั้งนี้ จะเข้ายื่นหนังสือถึงนายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ด้วย
      
       หลังจากนั้น ในช่วงสัปดาห์นี้จะรณรงค์อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดตรัง โดยเฉพาะอำเภอที่ติดอยู่ในเขตป่า เพื่อให้คนตรังได้รู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเข้าใจว่าสมาชิกเครือข่ายฯ ไม่ใช่ผู้บุกรุกป่า แต่เป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่มายาวนาน และมีกติกาในการดูแลรักษาป่าอย่างชัดเจน ในส่วนพี่น้องที่เดือดร้อนจากการประกาศเขตป่าทับซ้อนพื้นที่กลุ่มอื่นๆ ก็จะได้ลุกขึ้นมาต่อสู้ร่วมกับเครือข่ายฯ ต่อไป
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

หาดใหญ่ รปภ.เข้มตั้งจุดตรวจทุกเส้นทางเข้าตัวเมืองป้องกันเหตุร้ายงานสงกรานต์

ตำรวจ ทหาร อส.และฝ่ายความมั่นคง ตั้งจุดตรวจทุกเส้นทางเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ ป้องกันเหตุร้ายช่วงเทศกาลสงกรานต์
      
       วันที่ 9 เม.ย.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรการในการเฝ้าระวังเมืองหาดใหญ่ ของกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทั้ง ตำรวจ ทหาร และ อส.ยังคงมีการวางกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัด ทุกเส้นทางเข้ามาในพื้นที่เมืองหาดใหญ่ ทั้งเส้นทางสายหลัก สายรอง และซอยต่างๆ ที่เป็นเส้นทางเข้ามาสู่ตัวเมืองหาดใหญ่ได้ เพื่อป้องกันรถต้องสงสัยที่ทางเจ้าหน้าที่มีข้อมูล และได้ทำเป็นภาพโปสเตอร์กระจายไปให้ทุกจุดตรวจ
      
       โดยกำลังเจ้าหน้าที่มีทั้งเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 4 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งได้มีกำลังตำรวจจาก สภ.อื่นๆ รอบนอกในจังหวัดสงขลา เข้ามาเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ รวมไปถึงกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดน จ.สงขลา จากฝ่ายปกครอง หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกำลังตรวจเข้มเฝ้าระวัง ตลอด 24 ชั่วโมง
      
       ส่วนบรรยากาศภายในพื้นที่ตัวเมืองหาดใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณถนนเสน่หานุสรณ์ หน้าโรงแรมลี การ์เดนส์ พลาซ่า เป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่มีนักท่องเที่ยว ซึ่งขณะเดียวกัน บริเวณดังกล่าวรวมไปถึงถนนนิพัทธ์อุทิศ 2-3 ได้มีการเตรียมการปิดถนน เพื่อตั้งเวทีจัดงานหาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์ 2555 ในวันที่ 11-13 เม.ย.ที่จะถึงนี้
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

ประกบยิงนายกสมาคมกีฬายิงปืนสมัครเล่น จ.สงขลา เสียชีวิต

เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดประกบยิงนายกสมาคมกีฬายิงปืนสมัครเล่น จ.สงขลา เสียชีวิต ขณะกำลังจะเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปทำธุระ จนท.คาดเป็นเรื่องความขัดแย้งภายในสมาคมยิงปืน และเรื่องส่วนตัว
      
       เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 8 เม.ย55 ร.ต.อ.อเสก สีแก้วเขียว ร้อยเวร สภ.เมืองสงขลา รับแจ้งว่าเกิดเหตุยิงกันที่หน้าสมาคมยิงปืนสมัครเล่น จ.สงขลา ตั้งอยู่เลขที่ 21 ถนนบ้านดอน เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน และชุดร่วมใจกู้ภัยเมืองสงขลา พบรถเบนซ์สีดำ ทะเบียน กร 6523 สงขลา จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามสมาคมฯ ติดกับรั้วโรงเรียนเทศบาล 1 (ถนนนครนอก) ที่กระจกข้างด้านคนขับมีรอยกระสุนปืนสี่รู
      
       สำหรับผู้ตายทราบชื่อคือ นายศุภการ นิลประดับ มีตำแหน่งเป็นนายกสมาคมกีฬายิงปืนสมัครเล่น จ.สงขลา และพนักงานบริษัท ปตท.สผ.จำกัด ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดเข้าบริเวณแผ่นหลัง 4 นัด และไหล่ขวา 1 นัด และเสียชีวิตในระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา จากการตรวจในที่เกิดเหตุพบหัวกระสุนปืนไม่ทราบขนาดตกอยู่ 1 หัวจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
      
       จากการสอบสวนทราบว่า ระหว่างที่ นายศุภการ เดินออกจากบ้านพักซึ่งใช้เป็นสมาคมกีฬายิงปืนสมัครเล่น จ.สงขลา ขณะที่เปิดประตูเข้าไปนั่งในรถเบนซ์เพื่อจะขับออกไปทำธุระ ได้มีคนร้ายซึ่งคาดว่ามีอย่างน้อย 2 คน ขับรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ รุ่นการ์แลนท์ สีเขียว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดประกบด้านข้าง และมือปืนได้ลดกระจกใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่จำนวน 5 นัด กระสุนเข้าเป้าทั้งหมด และขับรถหลบหนีไป ก่อนที่ญาติจะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา
      
       ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ได้ตั้งประเด็นการสอบสวนไว้ 2 เรื่อง คือ ความขัดแย้งภายในสมาคมยิงปืนสมัครเล่น จ.สงขลา ที่ผู้ตายเป็นนายกฯ อยู่ รวมทั้งประเด็นเรื่องส่วนตัวอื่นๆ ซึ่งจะทำการสอบสวนญาติในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบริเวณเกิด เหตุ เพื่อหาเบาะแสของกลุ่มคนร้าย
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555

เผยภาพ CCTV “2 มือคาร์บอมบ์” ลี การ์เดนส์ หาดใหญ่

เผยภาพกล้องวงจรปิดแสดงรูปพรรณ “2 ชายที่คาดว่าจะเป็นมือคาร์บอมบ์ห้าง และโรงแรม ลี การ์เดนส์ พลาซ่า ถูกเผยแพร่แล้ว
      
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. วันที่ 2 เม.ย.55 ที่หน้าเฟซบุ๊ก Charoon Thongnual ได้มีการนำภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่แสดงภาพภายในชั้นจอดรถยนต์ใต้ดินห้าง และโรงแรม ลี การ์เดนส์ พลาซ่า ก่อนที่จะเกิดเหตุคาร์บอมบ์เมื่อวันที่ 31 มี.ค.มาเผยแพร่ โดยมีคำบรรยายกำกับไว้ด้วยว่า...
      
       .. เผยโฉมหน้าผู้ต้องสงสัย มือคาร์บอมบ์ ลี การ์เดนส์ หาดใหญ่ กล้องวงจรปิดภายในชั้นใต้ดินของโรงแรมสามารถบันทึกภาพไว้ได้ ขณะที่เดินขึ้นจากลานจอดรถบริเวณชั้นบี 4 ซึ่งเป็นบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่เกิดระเบิด และเดินย้อนออกจากห้างบริเวณทางลงลานจอดรถ โดยชายทั้ง 2 คน สูงประมาณ 170 ซม. สวมกางเกงยีนส์ เสื้อแจ็กเกตสีดำ สวมหมวกแก๊ปอำพรางใบหน้า รองเท้าผ้าใบ เดินออกจากลานจอดรถในเวลาประมาณ 10.13 น.ของวันเกิดเหตุ
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการออนไลน์