วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

“พระวัดป่าขาด” จัดพิธีศพและฌาปนกิจให้นกเขาใหญ่เหมือนคน

พระวัดป่าขาด จัดพิธีศพและฌาปนกิจให้นกเขาใหญ่เหมือนคน หลังจากที่เลี้ยงมา 15 ปี และตายลง และเกิดสำนึกผิดที่กักขังมันไว้จนตายคากรง จึงต้องการทำบุญเพื่อไถ่บาปและตั้งปณิธานไม่เลี้ยงนกอีกต่อไป
              เรื่องราวความผูกพันระหว่างพระกับนกเขาใหญ่ที่เลี้ยงไว้มานานกว่า 15 ปี จนตายลง และมีการจัดงานศพ และทำพิธีฌาปนกิจเหมือนศพของคนปกติ ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.ย.54 ที่วัดป่าขาด ม.2 ต.ป่าขาด อ.สิงหนคร จ.สงขลา โดย พระวินัย ธัมมวิโร อายุ 24 ปี พระลูกวัดป่าขาด ได้นำศพนกเขาใหญ่เพศผู้ชื่อคุณนกเขา นามสกุล ขันคู ที่เลี้ยงไว้มานานกว่า 15 ปี และเสียชีวิตลงมาประกอบพิธีศพและตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่ศาลาการเปรียญภายในวัดป่าขาดเป็นเวลา 12 วัน และมีการสวดอภิธรรมศพทุกคืนเหมือนกับพิธีศพของคนปกติ
      
       โดยได้สร้างมณฑปและหีบศพของนกเขาขึ้นมาอย่างสวยงาม เพื่อเป็นเกียรติแก่นกเขาใหญ่ตัวนี้ รวมทั้งมีภาพหน้าศพซึ่งเป็นภาพที่วาดขึ้น เขียนข้อความระบุวันที่นกเขามรณะ 23 ส.ค.54 ก่อนที่จะมีพิธีฌาปนกิจศพในช่วงเที่ยงคืนขอวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมีชาวบ้านมาร่วมพิธีจำนวนมาก
      
       ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเรื่องราวจากพระวินัย ถึงความผูกพันและสาเหตุที่ต้องจัดพิธีศพให้กับนกเขาใหญ่ตัวนี้ โดย พระวินัย เผยว่า รักและผูกพันกับเจ้านกเขา ขันคู ตัวนี้มาก เนื่องจากเลี้ยงมานานกว่า 15 ปี ภายในกรง แต่เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้านกเขา ขันคู ได้ตายลงเพราะความชรา ทีแรกนึกเสียใจ เพราะอยู่กันมานาน แต่เมื่อมองร่างนกเขาและย้อนเวลากลับไปเกี่ยวกับชีวิตของมัน ตนจึงเกิดสำนึกผิดที่กักขังมันมายาวนานให้อยู่แต่ภายในกรง
      
       “แม้ว่าจะเลี้ยงดูอย่างดี แต่มันไม่มีอิสรภาพ ทั้งๆ ที่มันไม่มีความผิดอะไร จนกระทั่งมันต้องตายคากรงขัง ถ้าเป็นคนเรียกว่าติดคุกตลอดชีวิต แต่เมื่อมันตายลงความรู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดี และบาปกรรมจึงเกิดขึ้นในใจ จึงได้นำศพของมันมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเหมือนกับคนเวลา 12 วัน เพื่อต้องการไถ่บาปและอุทิศส่วนกุศลให้กับมันและเลิกจองเวรจองกรรมต่อกันขอให้จบกันในชาตินี้ และขอให้นกเขาตัวนี้อโหสิกรรมให้กับตน พระวินัย กล่าวว่า
      
       ในระหว่างการจัดพิธีศพในทุกๆ คืน จะมีการสวดอภิธรรมให้กับนกเขาตัวนี้ มีชาวบ้านในละแวกวัดรวมทั้งพระเณรมาร่วมพิธีซึ่งขั้นตอนการประกอบพิธีเหมือนกับการจัดงานศพคนทุกอย่าง ก่อนที่จะมีพิธีฌาปนกิจศพเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งตนได้ตั้งจิตภาวนาจะไม่นำนก หรือสัตว์เลี้ยงทุกชนิดมากักขัง หรือเลี้ยงดูอีกแล้ว เพราะการตายของเจ้านกเขาขันคูตัวนี้ ทำให้ตนคิดได้ว่าสัตว์โลกทุกชนิดก็ต้องการอิสระเหมือนกับคน ถ้าเราโดนกักขังตลอดชีวิตเหมือนกับนกเขาตัวนี้ แม้จะมีการอาหารกิน และได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีเราจะรู้สึกอย่างไร และขอให้วิญญาณของเจ้านกเขา ขันคู ไปสู่สุคติ และหมดเวรหมดกันต่อกันชาติหน้ามีจริงก็ขอให้เกิดเป็นคนและอย่างได้เบียดเบียดกันอีกเลย
ข้อมูลจาก...ผู้จัดการ ออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น: